Jun 25

         

ศูนย์พัฒนาโครงการหลวง หรือ ที่เราเรียกกันว่า “โครงการหลวง” เริ่มต้นจากโครงการหลวงดอยอ่างขางเป็นแห่งแรก ตามแนวพระราชดำริของในหลวง ว่า “ให้ช่วยเขา ช่วยตัวเอง” จนมาในปัจจุบัน โครงการหลวงทั้งหมด กระจายอยู่ใน 5 จังหวัดของภาคเหนือ อันได้แก่ เชียงใหม่, เชียงราย, แม่ฮ่องสอน, พะเยา และลำพูน โดยมีอยู่ทั้งสิ้น 36 โครงการ

สำหรับจังหวัดเชียงราย มีโครงการหลวงทั้งหมด 6 โครงการ ดังนี้…

 

 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน

          ราษฎรในพื้นที่ส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม ปลูกข้าวไร่ ข้าวโพด และฝิ่น แต่ขาดความรู้และความเข้าใจในเรื่องการเกษตร นอกจากมีการบุกรุกผืนป่าเพื่อทำไร่เลื่อนลอยแล้ว ยังไม่รู้จักการดูแลรักษาแหล่งน้ำอันเป็นทรัพยากรสำคัญ จึงก่อให้เกิดปัญหาตามมาทุกปี กระทั่งปี พ.ศ. 2525 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินจึงได้ถูกจัดขึ้นในพื้นที่ 50 ไร่ ครอบคลุม 4 หมู่บ้าน ประชากรมีชาวเขาเผ่ามูเซอ และคนพื้นเมืองอาศัยอยู่ โดยจัดหาแนวทางการทำมาหากินให้กับชาวบ้านทดแทนการปลูกฝิ่น อาทิ พืชไร่ ผัก ผลไม้เมืองหนาว ที่ให้ผลคุ้มค่ากว่า ซึ่งเมื่อปฏิบัติตามแนวทางโครงการหลวง ชาวบ้านจึงมีความเป็นอยู่ดีขึ้นเช่นทุกวันนี้

          ลักษณะพื้นที่

          ส่วนใหญ่เป็นภูเขาชันประมาณ 95 % มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 700-1,000 เมตร มีแหล่งน้ำขนาดเล็ก คือ ลำห้วยน้ำริน ลำห้วยแม่โถน้อย ลำห้วยสาขาของแม่โถไหลจากทิศเหนือไปทิศใต้ลงไปสู่แม่น้ำลาวเรื่อยลงสู่แม่น้ำโขง มีพื้นที่รับผิดชอบ 19.03 ตารางกิโลเมตร หรือ 11,890.90 ไร่ จำนวน 6 หมู่บ้าน คือ หมู่ที่ 8 บ้านเมืองน้อย บ้านห้วยน้าริน บ้านดอยมด และหมู่ที่ 10 บ้านดอยม่วง บ้านแสนเจริญ บ้านแม่ขะต๋าน มี 287 ครัวเรือน ประชากร 1,345 คน ประกอบด้วยชาวเขาเผ่ามูเซอ กะเหรี่ยง และคนเมือง ลักษณะภูมิอากาศ มีอุณหภูมิเฉลี่ย 20.5 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,400 มิลลิเมตรต่อปี

          วัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

          ชมวัฒนธรรมของชนเผ่า ประเพณีปี๋ใหม่ของชนเผ่ามูเซอ พิธีการเลี้ยงชา พิธีเลี้ยงขวัญใต้เตียน การตำข้าวโดยใช้ครกกระเดื่อง งานศิลปวัฒนธรรมการทอผ้ากี่เอวแบบกระเหรี่ยง ของกลุ่มแม่บ้านขะต๋าน การผลิตไม้กวาดดอกหญ้าของกลุ่มแม่บ้านเมืองน้อย แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

          แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่อยู่ใกล้เคียง

          อาทิ บ่อน้ำร้อนธรรมชาติแม่ขะจาน น้ำตกเมืองน้อยซึ่งมีสายน้ำไหลลัดเลาะผ่านหน้าผาสูงชันประมาณ 10 เมตร ตกลงสู่แผ่นหิน เกิดละอองน้ำปลิวอยู่ตลอดเวลา จากน้ำตกแห่งนี้สามารถเดินลัดเลาะสู่น้ำตกห้วยม่วง ซึ่งเป็นเส้นทางธรรมชาติที่สวยงาม บริเวณโดยรอบเป็นป่าดงดิบธรรมชาติ

          กิจกรรมท่องเที่ยว

          - ชมแปลงวิจัยเกษตรภายในศูนย์ อาทิ เฟิร์นหนัง เฟิร์นเขากวาง สาวรส บ๊วย (ออกดอกช่วงเดือนธันวาคม ออกผลประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน)

          - ชมแปลงเกษตรชาวบ้าน อาทิ แปลงตุ่มเงินตุ่มทอง แปลงสตอเบอรี่ (ออกผลช่วงเดือนพฤศจิกายน-กุมภาพันธ์)

          - เที่ยวปีใหม่มูเซอ ช่วงประมาณเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี - พิธีเรียกขวัญ หรือใต้เตียน เป็นพิธีทำบุญของสมาชิกในหมู่บ้าน (เลือกวันได้ตามความสะดวก)

          - พิธีเลี้ยงชา ช่วงประมาณเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์

          - ชมหัตถกรรมของชาวเขา อาทิ การตำข้าว การทอผ้า การทำเครื่องเงินแบบกรรมวิธีโบราณ ฯลฯ

          ของฝาก

          - ผ้าทอกี่เอวแบบกะเหรี่ยง
          - เครื่องเงินโบราณ
          - มีดแบบมูเซอ
          - ไม้กวาดดอกหญ้า

          ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก

          1. เรือนพักรับรองของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน สามารถพักได้ คน อัตราค่าที่พัก 50 บาท/ คน /คืน
          2. ที่พักแบบ Home Stay สัมผัสชีวิตชนเผ่ามูเซอ บ้านห้วยน้ำริน อัตราค่าที่พัก 60 บาท/ คน/ คืน
          3. เกสท์เฮ้าส์บ้านเมืองน้อย สามารถพัก ได้ 50 คน อัตราค่าที่พัก 100บาท/ คน /คืน
          4. บริเวณจุดกางเต็นท์ ภายในบริเวณศูนย์ และสวนสน อัตราค่าที่พัก 50 บาท
          5. เต็นท์บริการ ขนาด 2 คน ราคา 100 บาท/หลัง/คืน ถุงนอนราคา 20 บาท /หลัง/คืน
          6. มีร้านอาหารบริการภายในศูนย์

          การเดินทาง

          ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำรินห่างจากตัวเมืองเชียงใหม่ 72 กิโลเมตร ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 118 เส้นทางเชียงใหม่ – เชียงราย เลี้ยวขวาระหว่างหลัก กม.ที่ 63-64 ต่อไปอีก 9 กม. ถึงศูนย์ฯ ห้วยน้ำริน

          หมายเหตุ ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ คิดรถเวียงกาหลง บริเวณสี่แยกตลาดธานินทร์ ราคาค่าโดยสารประมาณคนละ 35 บาท หากติดต่อเหมาจากเชียงใหม่ถึงศูนย์ ราคาประมาณ 1,000 บาท

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำริน บ้านห้วยน้ำริน หมู่ 8 ตำบลแม่เจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โทร/แฟ็กซ์ 053-609586, 081-0306417 โฮมเพจ/เว็บไซต์ : http://www.doikham.com
 

 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น

          กุมภาพันธ์ ปีพุทธศักราช 2526 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยร่องขุ่น จัดตั้งบนอาณาบริเวณ 20 ไร่ ในเขตหมู่บ้านห้วยขุ่น ครอบคลุมพื้นที่ 3,000 ไร่ เพื่อส่งเสริมการปลูกพืชทางการเกษตรแก่เกษตรกรชาวเขาในพื้นที่ตามแนวทาง วิทยาการแผนใหม่ทดแทนฝิ่น เป็นการช่วยยกระดับความเป็นอยู่ให้แก่ราษฎรในท้องถิ่น โดยทางศูนย์ได้รับความร่วมมือจากหลายฝ่าย อาทิ สำนักงานพัฒนาที่ดินเขต 6 ช่วยส่งเจ้าหน้าที่มาทำการปรับพื้นที่ และให้คำปรึกษาแนะนำส่งเสริมด้านการเกษตร มหาวิทยาลัยแม่โจ้ เป็นผู้ทำวิจัยเรื่องชา กรมพัฒนาและส่งเสริมพลังงาน ก่อสร้างโรงไฟฟ้าพลังน้ำ และใน พ.ศ. 2528 สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท จังหวัดเชียงรายได้ตัดถนนเข้าสู่หมู่บ้านเพื่อความสะดวกในการขนส่ง

          ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น อยู่หมู่ 16 บ้านแม่สรวย ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย วัดความสูงจากระดับน้ำทะเล ได้ 1,015 เมตร ลักษณะพื้นที่เป็นหุบเขาและเนินเขาสลับซับซ้อน มีความลาดชันมากกว่า 35% เป็นหน่วยดินที่เรียกว่า Slope Complete มีที่ราบแคบกระจายอยู่ทั่วไป ปัจจุบันรับผิดชอบพื้นที่ 141.3 ตารางกิโลเมตร หรือ 88,339.74 ไร่ อุณหภูมิเฉลี่ย 26 องศาเซลเซียส ราษฎรในพื้นที่ประกอบด้วยเผ่ามูเซอ อีก้อ อาเข่อ กะเหรี่ยง และจีนฮ่อ

          เขตติดต่อ

          - ทิศเหนือ ติดกับ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย
          - ทิศใต้ติดกับ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่
          - ทิศตะวันออก ติดกับ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย
          - ทิศตะวันตก ติดกับ อำเภอฝางจังหวัดเชียงใหม่

          กิจกรรมท่องเที่ยว

          - ชมสวนชาและวิธีการเก็บชา
          - ชมแปลงปลูกกาแฟพันธุ์อราบิก้า
          - ชมแปลงสตอเบอรี่และไม้ผลเมืองหนาว
          - ชมวิถีชีวิตชาวอาเข่อและจีนฮ่อ
          - ชมการแต่งกายของแต่ละชนเผ่า
          - ชิมอาหารจีนยูนนาน ขาหมู และหมั่นโถขึ้นชื่อ
          - ชมการเย็บปักถักร้อยและการปักผ้าของชาวเขา

          เส้นทางศึกษาธรรมชาติ

          - เดินป่าศึกษาธรรมชาติที่บ้านอาข่า
          - น้ำตกป่าเกี๊ยะ สูงระหว่าง 2-4 เมตร กว้างประมาณ 2 เมตร อยู่ระหว่างรอยต่อบ้านป่าม่วง-สันกลางกับบ้านป่าเกี๊ยะ
          - น้ำตกห้วยชมพู ระยะทางห่างจากศูนย์ ประมาณ 15 กิโลเมตร

          ของฝาก

          - เหล้าดองจีนฮ่อ และผลไม้ดองประเภทต่างๆ
          - ผลิตภัณฑ์ผ้าทอ งานเย็บปักถักร้อยของชาวเขาเผ่าอาข่า
          - ชาสำเร็จรูป อาทิ ชาเขียว ชาอู่หลง

          ที่พัก + ร้านอาหาร

          - ไม่มีบริการบ้านพักรับรองภายในศูนย์
          - เต็นท์ให้เช่า ขนาด 2 คน กรณีนำเต็นท์มาเองไม่คิดค่าบริการ
          - ภายในศูนย์ฯ ไม่มีบริการ
          - บริการร้านอาหารในหมู่บ้าน ร้านอาหารของชาวอาข่า เป็นอาหารที่ประกอบจากพืชผักภายในท้องถิ่น และร้านอาหารของชาวจีนฮ่อ อาหารขึ้นชื่อ อาทิ ขาหมูฮ่องเต้ ไข่ห่อ ฯลฯ

          การเดินทาง

          จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย ผ่านอำเภอเวียงป่าเป้า ถึง กม.110 ระยะทาง 93 กิโลเมตร ถึงทางแยกเข้าบ้านแม่ต๋ำ ให้เลี้ยวซ้ายเข้าซอย 4 ตรงไปประมาณ 25 กิโลเมตร

          หมายเหตุ ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท ยกเว้นฤดูฝนควรใช้รถโฟร์วิลไดร์ฟ หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ บริเวณปากทางเข้าหมู่บ้านแม่ต๋ำ (กม.110)

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยน้ำขุ่น บ้านห้วยแม่สรวย หมู่ 16 ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย 57180 โทร/แฟ็กซ์ 0-5391-8457 โฮมเพจ/เว็บไซต์ : http://www.doikham.com

 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง

          ด้วยภูมิประเทศมีลักษณะเป็นภูเขามีความเขียวชอุ่มอุดมสมบูรณ์ด้วยป่าไม้และ ทรัพยากรมากมายแต่ได้ถูก ทำลายด้วยความรู้เท่าไม่ถึงการณ์ให้แปรสภาพ ไปเป็นไร่ฝิ่นที่มีอาณาบริเวณกว้างไกลถึง 1,400 ไร่ราษฏรมีรายได้จากการปลูกฝิ่นจำนวนมาก แต่ทุกครัวเรือนก็ยังมีปัญหาในด้านชีวิตความเป็นอยู่สุขภาพอนามัยเสื่อม โทรมเด็กและเยาวชนด้อยโอกาสในการศึกษา พ.ศ.2523 มูลนิธิโครงการหลวง จึงได้ตั้ง ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวงขึ้น เดิมตั้งอยู่ที่บ้านแม่ปูนหลวง ต.เวียง อ.เวียงป่าเป้า จ.เชียงราย เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวก จึงได้ย้ายมาอยู่ที่บ้านขุนแจ๋ ต.แม่แวน อ.พร้าว จ.เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.2527 จนถึงปัจจุบัน มีพื้นท ี่รับผิดชอบเดิมประมาณ 26.68 ตารางกิโลเมตร และอยู่ระหว่างขอขยายเพิ่มเติม 45.20 ตารางกิโลเมตร โดยอยู่สูงจากระดับน้ำทะเล 1000-1400 เมตร

          แหล่งท่องเที่ยวการเกษตร

          - ชมแปลงสาธิตไม้ผล ภายในบริเวณหน่วยย่อยสามลี่ อาทิ พีช พลัม
          - ชมและชิมชาในสวนเกษตรกร ได้แก่ พันธุ์หยวนจืออู่หลง ชาเบอร์ 12 และชาพันธ์สามฤดู
          - ชมแปลงเกษตรของชาวบ้าน แปลงเซเลอรี่พาร์สเลย์ ปวยเหล็ง ที่ให้ผลผลิตตลอดปี
          - ชมความงดงาม ของดอกสะแตติส แคสเปียร์(Statice Caspears)ที่ออกดอกตลอดปี

          แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

          - จุดชมวิวทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้น-ตกที่ไม่เหมือนใครท่ามกลางดงดอยภายในศูนย์ฯ และจุดชมวิวบ้านขุนแจ๋ในวันที่อากาศดี จะมองเห็นประกายเพชรจากธรรมชาติที่สวยงาม

          - ท่องเที่ยวในเส้นทางขุนแจ๋-แม่ปูนหลวง-หัวยทราย(ฤดูฝน- off road)

          - สัมผัสดอยสวย ป่าเขียว เพลิดเพลินใจกับการเล่นน้ำตกกลางไพร

          แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม ประเพณี

          - พิธีขึ้นปีใหม่(กินวอ) ของชาวเขาเผ่าลีซู จัดขึ้นประมาณเดือนกุมภาพันธ์
          - พิธีกินข้าวใหม่ของชาวเผ่าลีซู จัดขึ้นประมาณเดือนสิงหาคม
          - ชมวิถีชิวตของเขา 3 เผ่า(ลีซอ มูเซอ อาข่า)

          ที่พักและสิ่งอำนวยความสะดวก

          - บ้านพักรับรองภายในศูนย์ฯ จำนวน 1 หลัง รับรองได้ประมาณ 20 คน
          - เต็นท์บริการ มีให้เช่าขนาด 4 คน พร้อมถุงนอน 1 ถุง
          - ภายในศูนย์ฯ ไม่มีบริการ แต่จะมีร้านค้าชาวบ้านในระแวกนั้น

          ของฝาก

          - พืชผัก ไม้ผลเมืองหนาว
          - หัตถกรรมเย็บปักถักร้อยของชาวมูเซอ
          - การปักผ้าของชาวเขาเผ่าลีซอ
          - ใบชาอู่หลง

          การเดินทาง สามารถเดินทางได้ 2 เส้นทาง

          - เส้นทางที่ 1 จากตัวเมืองเชียงใหม่ทางหลวงหมายเลข 1001 สายเชียงใหม่-พร้าว ระยะทางประมาณ108 กิโลเมตรเข้าอำเภอพร้าว ผ่านไปทาง อ.เวียงป่าเป้าเป็นถนนลาดยางตรงไปทางบ้านขุนแจ๋ระยะทาง 22 กิโลเมตร

          - เส้นทางที่ 2 จากตัวเมืองเชียงใหม่ทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงรายถึง กม.52 อ.เวียงป่าเป้า เลี้ยวซ้ายเข้ามาทางหลวงหมายเลข 1150 ระยะทางประมาณ 33 กิโลเมตร

          หมายเหตุ ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง จุดจอด ณ สถานีขนส่งช้างเผือก

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่ปูนหลวง ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย 57170
โทร/แฟ็กซ์ 0-5326-3816 โฮมเพจ/เว็บไซต์ :
http://www.doikham.com

 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ

          การดำเนินงานของศูนย์พัฒนาโครงการหลวงแม่สะโง๊ะเริ่มต้นในรูปของงานอาสาพัฒนาชาวเขา ตามพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยมูลนิธิโครงการหลวงและมหาวิทยาลัยแม่โจ้ แต่เนื่องจากการคมนาคมที่ไม่สะดวก เจ้าหน้าที่ต้องเดินทางโดยเฮลิคอปเตอร์ เพียงเดือนละ 1 ครั้งเท่านั้น เมื่อไม่มีเจ้าหน้าที่ประจำงานส่งเสริมของศูนย์จึงไม่เต็มประสิทธิภาพนัก จนปี พ.ศ. 2521 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จเยี่ยมราษฎรในพื้นที่และทรงมีพระราชดำรัสให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาดูแล ช่วยเหลือชาวบ้านดอยสะโง๊ะให้มากขึ้น ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยสะโง๊ะจึงก่อกำเนิด ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยสะโง๊ะ ตั้งอยู่บ้านดอยสะโง๊ะ รับผิดชอบ 4 หมู่บ้าน 643 หลังคาเรือน ประชากร 2,672 คน ในพื้นที่ 38 ตารางกิโลเมตร หรือ 23,750 ไร่ มีทั้งเผ่าอีก้อ ไทลื้อ คนเมือง และไทยลื้ออยู่ในดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ 

          ลักษณะพื้นที่เป็นภูเขาลูกคลื่น ลาดชันปานกลาง สูงจากระดับน้ำทะเล 400-700 เมตร มีอุณหภูมิเฉลี่ย 21 องศาเซลเซียส (ในช่วงฤดูหนาวอุณหภูมิต่ำสุด 5 องศาเซลเซียส) ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 2,200 มิลิเมตรต่อปี

          แหล่งท่องเที่ยวทางการเกษตร

          เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเยี่ยมกิจกรรมของศูนย์ฯ ชมแปลงสาธิต พืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล และสมุนไพรและแปลงของเกษตรกร เช่น ไร่ส้ม ไร่ข้าวโพดหวาน

          แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติและทางโบราณประวัติศาสตร์

          เที่ยวชมดอยตำนานประวัติศาสตร์ดอยช้าง ดอยงู ร่องรอยป้อมปราการสมัยโบราณบนยอดดอย วิวดินแดนสามเหลี่ยมทองคำ วิวเทือกเขาดอยนางนอน ชมภูเขาล้างทองบ่อที่ตำนานเก่าแก่สมัยโบราณที่บ้านเขาสะโงะ ชมทะเลหมอกในยามเช้า วิวสายน้ำโขง ประเทศลาวและพระธาตุเขานางคอย ลงเรือชมน้ำโขงประเทศพม่าและประเทศลาว

          แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

          สัมผัสชีวิตความเป็นอยู่ของคนเมืองที่นับถือพุทธศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของอาข่าและศึกษาพิพิธภัณฑ์อาข่าประเพณีปีใหม่ (กินวอ) พิธีกรรมไล่ผีร้าย งานศิลปะการเย็บผ้าอาข่า งานฝีมือของที่ระลึกต่างๆ ชมพิพิธภัณฑ์อาข่า

          ของฝาก

          - หัตถกรรมชาวบ้าน อาทิ กระเป๋า หมวก
          - ชุดประจำเผ่า

          ที่พัก + ร้านอาหาร

          - บ้านพักรับรองภายในศูนย์ จำนวน 2 หลัง รองรับได้หลังละ 16 คน ราคาหลังละ 1,000 บาท
          - เต็นท์บริการ ขนาด 2 คน ราคา 100 บาท/หลัง/คืน ถุงนอน 50 บาท/ถุง/คน กรณีนำเต็นท์ไปเองคิดค่าบริการพื้นที่ 50 บาท/คน/คืน
          - ภายในศูนย์ ไม่มีบริการ แต่มีแม่ครัวบริการปรุงอาหาร (กรุณาแจ้งล่วงหน้า 1 วัน)

          การเดินทาง

          จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้ทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย ผ่านอำเภอดอยสะเก็ด-เวียงป่าเป้า-แม่สรวย เข้าทางหลวงหมายเลข 1 ผ่านอำเภอเมืองเชียงราย เลี้ยวขวาเข้าที่อำแม่จัน ตามทางหลวงหมายเลข 1016 กระทั่งถึงอำเภอเชียงแสน ให้เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 1209 ผ่านสามเหลี่ยมทองคำ ถึงกม.18 เลี้ยวซ้าย 6 กม. ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงศูนย์ฯประมาณ 265 กม. หากมาจากกรุงเทพฯ สามารถให้เส้นทางหลวงหมายเลข 1 มุ่งหน้าสู่จังหวัดเชียงราย

          หมายเหตุ ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภทหรือใช้บริการรถยนต์รับจ้างสายเชียงใหม่-เชียงแสน (รถเมล์เขียว)

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงสะโง๊ะ บ้านดอยสะโง๊ะ ตำบลศรีดอนมูล อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย 57150 โทร / แฟ็กซ์ 08-9997-9815 โฮมเพจ / เว็บไซต์ : http://www.doikham.com

 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง

          ก่อตั้งขึ้นในปีพุทธศักราช 2525 บนพื้นที่ 75 ไร่ โดยมีคณะทำงานประกอบด้วย สถาบันวิจัยชาวเขา จังหวัดเชียงใหม่ ศูนย์พัฒนาและสงเคราะห์ชาวเขา จังหวัดเชียงใหม่ และคณะเกษตร มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ดำเนินงานโครงการวิจัยวิธีการส่งเสริมเกษตรที่สูง และทำการทดลองพืชไร่ พืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล เสาะหาพันธุ์พืชที่เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และภูมิอากาศ เพื่อนำไปส่งเสริมอาชีพแก่เกษตรกร เดือนกุมภาพันธ์ 2527 สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้เสด็จเยี่ยมศูนย์ เป็นครั้งแรก สำหรับงานวิจัยได้ดำเนินต่อเนื่องมากระทั่งปี พ.ศ. 2530 จึงเริ่มดำเนินการส่งเสริมด้านการเกษตรมาจนถึงปัจจุบัน

          ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง ตั้งอยู่ในเขตบ้านห้วยโป่ง หมู่ที่ 13 ตำบลเจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย มีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 780 เมตร อยู่ห่างจากจังหวัดเชียงรายถึงศูนย์ฯ ห้วยโป่ง ประมาณ 67 กม. ใช้เวลาการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมง 45 นาที มีพื้นที่รับผิดชอบ 17.73 ตารางกิโลเมตร หรือ 11,083.06 ไร่ ลักษณะพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นหุบเขา มีที่ราบระหว่างเขาเพียงเล็กน้อย พื้นที่มีความลาดชัดตั้งแต่ 45 –90 % อุณหภูมิเฉลี่ย 21.75 องศาเซลเซียส และมีปริมาณน้ำฝนเฉลี่ย 1,600 มิลลิลิตร ต่อปี มีหมู่บ้านที่รับผิดชอบ 5 หมู่บ้าน 370 ครัวเรือน ประชากร 1,549 คน เป็นชาวเขาผ่ามูเซอดำ บ้านห้วยโป่งนับถือผีและคนพื้นเมือง บ้านป่าเมี่ยง บ้านสบโป่ง บ้านป่าตอง บ้านโป่งน้ำร้อนนับถือศาสนาพุทธ

          จุดท่องเที่ยวภายในศูนย์ฯ

          ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมกิจกรรมของศูนย์ฯนักท่องเที่ยวสามารถเข้าเยี่ยม ชมสถานที่แต่ละแห่งได้โดยมีจุดที่น่าสนใจได้ดังนี้

          1. ชมแปลงทดลองสาธิตผักแปลงใหม่ อาทิ แตงหวาน โอ๊กรีฟเขียว เรดแครอล ผักกาดขาวปลีพันธุ์ใหม่ บร๊อคเคอรี่ ผักกาดขาวปลีไส้ส้ม และคะน้ายอดคำ ผักกาดหอมแดง ผักกาดหวาน ถั่วแขก ถั่วลันเตา

          2. ชมแปลงไม้ดอก อาทิ เฟินหนัง คาร่าลิลลี่ ดอกไม้แห้ง อาทิ ช่อดาว หญ้าไข่มุก หญ้าฟางขาว ช่อดาวอีสาน และซีทาเรีย

          3. ชมแปลงไม้ผลเมืองหนาว อาทิ บ๊วย พลับ และเสาวรสพันธุ์หวาน

          แหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ

          1.บ่อน้ำร้อนธรรมชาติแม่ขะจาน อยู่ห่างจากศูนย์ฯห้วยโป่งประมาณ 3 กม. ตั้งอยู่บริเวณ ถนน เชียงใหม่ – เชียงราย

          2.น้ำตกป่าผาลม เป็นน้ำตกขนาดเล็ก 3 ชั้น ชั้นที่ 2 เป็นหน้าผาสูง ชั้นที่3 เป็นช่องลม

          3. น้ำตกป่าเมี่ยงเปรียบได้ว่าเป็นเส้นเลือดใหญ่ของชุมชน

          วัฒนธรรมประเพณีและภูมิปัญญาท้องถิ่น

          - ชมวัฒนธรรมปีใหม่ของชาวเขาเผ่ามูเซอดำ ประมาณเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์ของทุกปี
          - ชมการตีมีดแบบมูเซอ
          - ชมการตำข้าวโดยการใช้ ครกกระเดื่อง

          ของฝาก

          - ผักเมืองหนาวตามฤดูกาล
          - มีด

          ที่พัก + ร้านอาหาร

          - บ้านพักรับรองภายในศูนย์ฯ จำนวน 1 หลัง รับรองได้ 15 คน ราคา 50 บาท/คน/คืน
          - เต็นท์บริการ ขนาด 2-4 คน ราคา 100 บาท/หลัง/คืน ถุงนอน 20 บาท/ถุง/คืน กรณีนำเต็นท์มาเองคิดค่าบริการพื้นที่ 50 บาท/หลัง/คืน
          - มีร้านอาหารตามสั่งบริการภายในศูนย์ฯ (กรุณาโทรจองล่วงหน้า)
          - ร้านอาหารนอกศูนย์ฯ ต้องขับรถออกไปประมาณ 2 กิโลเมตร
          - บ้านพักแบบเรือนชาวมูเซอแบบโบราณ ภายในบริเวณศูนย์วัฒนธรรม

          การเดินทาง

          จากตัวเมืองเชียงใหม่ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย ถึง กม. 64 ให้เลี้ยวซ้ายเข้าไปประมาณ 3 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1-2 ชั่วโมง ระยะทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงศูนย์ 67 กิโลเมตร

          หมายเหตุ ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้าง ราค่าโดยสารประมาณคนละ 40 บาท ราคาเหมาคันละประมาณ 800 บาท หรือตามแต่ตกลง

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยโป่ง บ้านห้วยโป่ง หมู่ที่ 13 ตำบลเจดีย์ใหม่ อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โทร/แฟ็กซ์ 0-5360-9568 โฮมเพจ/เว็บไซต์ : http://www.doikham.com

 ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง  

          “สัมผัสลมหนาว เฝ้าชมทะเลหมอก ไม้ดอกตระการตา” คราวสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินโรงเรียนตำรวจตระเวนชายแดนมถวิลจินตมัย ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เมื่อ 8 กุมภาพันธ์ 2539 ในโอกาสนั้น นายจงนึ่ง ศักดิ์สิทธานุภาพผู้ใหญ่บ้านห้วยแล้งหมู่2ได้มีหนังสือกราบบังคมทูลขอพระ ราชทานความช่วยเหลือจากโครงการหลวงเพื่อสร้างอาชีพที่มั่นคงให้กับราษฎรในพื้นที่เป็นการเพิ่มรายได้แก่ครอบครัว

          ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้งจึงถือกำเนิดขึ้นใน พ.ศ.2542 โดยประธานมูลนิธิโครงการหลวงมอบหมายให้ ม.ร.ว.แซมแจ่มจรัส รัชนี เป็นผู้อำนวยการจัดตั้ง พื้นที่โครงการหลวงตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่อิงและป่างาว ความสูงจากระดับน้ำทะเลระหว่าง 400-1,360 เมตร พื้นที่รับผิดชอบ 76.97 ตารางกิโลเมตร หรือ 48,310 ไร่ ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาสูงขนาบข้างในแนวเหนือ-ใต้ มีที่ราบลุ่มกว้าง ความลาดชันของพื้นที่ปานกลาง มีลำน้ำสำคัญ อาทิ ห้วยกุ๊ก ห้วยล้าน ห้วยนาน้อย ห้วยหัด ฯลฯ ปริมาณน้ำฝนเฉลี่ยตลอดปี 16,077.7 มิลลิเมตร อุณหภูมิเฉลี่ย 24.7 องศาเซลเซียส/ปี

          กิจกรรมท่องเที่ยว

          - ท่องเที่ยวเชิงเกษตร ชมแปลงพืชผัก ไม้ผล และไม้ดอก โดยเฉพาะไม้ผลท้องถิ่นและเมืองหนาว เช่น สาลี่ ท้อ พลับ อโวกาโด เกาลัด โทมาเมโล มะม่วง ส้มโอ และมะนาว เป็นต้น นอกนั้นยังมีพืชไร่ คือ ถั่วชนิดต่าง ๆ ซึ่งได้ผลค่อนข้างดีท่องเที่ยวศึกษาธรรมชาติ

          - วนอุทยานภูชี้ฟ้า เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงมากของจังหวัดเชียงราย จุดเด่นคือหินขนาดใหญ่ที่ตั้งชูสู่ฟ้า ในฤดูหนาวจะได้ชมทะเลหมอกและอาทิตย์ยามเชา และเมื่อหมอกจากลงจะเห็นภูมิประเทศของประเทศสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวอยู่เบื้องหน้า นอกจากนี้ยังมีดอกไม้ในบริเวณรอบๆ สวยงามน่าชม

          - จุดชมวิวผาตั้งและประตูสยาม จุดเด่นคือมีหินงอกและโขดหินขนาดใหญ่ที่ขึ้นอยู่ตามสันเขาระหว่างไทย-ลาว ในฤดูหนาวจะได้สัมผัสกับอาทิตย์อุทัยท่ามกลางทะเลหมอกที่ค่อยๆ เปลี่ยนสี

          - น้ำตกห้วยติ้ว เป็นน้ำตกในลำน้ำติ้ว ไหลจากหน้าผาหลายชั้น บริเวณนี้ยังรักษาสภาพป่าไว้อย่างสมบูรณ์และเป็นธรรมชาติมาก เหมาะแก่การเดินป่าอย่างยิ่ง

          - น้ำตกห้วยขวาก เป็นน้ำตกจากผาสูงลงสู่ลำห้วยขวาก ซึ่งเป็นลำห้วยขนาดใหญ่พอสมควร จุดเด่นคือป่ายังสมบูรณ์และบรรยากาศเป็นธรรมชาติมาก

          - น้ำตกทรายทอง น้ำตกในหุบเขาลึก กระแสน้ำหลั่งจากผาด้านบนมีความสูงขนาดตึก 2 ชั้นครึ่ง

          - น้ำตกตาดหมอก น้ำตก 7 ชั้น มีแอ่งน้ำ สามารถท่องตามกระแสน้ำขึ้นไปชมน้ำตก หรือเดินเลาะไปตามทางในสวนของหมู่บ้านได้

          - ถ้ำผาแล มีลักษณะเด่นที่ประกอบด้วยถ้ำใหญ่น้อยลดหลั่นกันมากมาย ภายในถ้ำยังมีพระพุทธรูปให้นมัสการด้วย

          - ถ้ำเพชร ถ้าที่ภายในมีหินงอกหินย้อมงดงาม มีน้ำไหลผ่านตลอดถ้า การเดินชมค่อนข้างลำบากแต่ท้าทายผู้ที่รักการผจญภัยยิ่งนัก

          ท่องเที่ยวชมวัฒนธรรมและประเพณี

          - ปีใหม่ม้ง เป็นประเพณีที่ปฏิบัติสืบมาช้านาน เป็นวะระที่จะพบปะญาติพี่น้องนานถึง 10 วัน จัดขึ้นในวันขึ้น 1 ค่ำ เดือน 2 ของทุกปี

          - กินข้าวใหม่ พิธีกรรมที่จัดขึ้นหลังฤดูเก็บเกี่ยวข้าวไร่มีการฆ่าไก่ หมู เซ่นไหว้และกินเลี้ยงฉลอง

          - พิธีกรรม พิธีกรรมที่แปลกแต่อาจพบได้เฉพาะกาล ได้แก่ การตายซึ่งมีการเก็บศพไว้ที่บ้านไม่เกิน 7 วัน และฆ่าวัวควายใหวิญญาณติดตามผู้ตายไป และพิธีแต่งงานของชาวม้งที่จะจัดกันเฉพาะข้างขึ้นเท่านั้นเพื่อมิให้เกิด อุปสรรคต่อชีวิตการครองเรือน

          ของฝาก

          - หัตถกรรมประจำถิ่น สิ่งที่ถือเป็นภูมิปัญญาชาวบ้านคือการตีมีด และเครื่องใช้ในการเกษตร งานจักสาน การทำอานม้า เป็นต้น ที่พัก
          - ผ้าทอมือไทยลื้อ
          - เครื่องจักสานของชนเผ่าขมุ การประยุกต์วัสดุธรรมชาติเพื่อการดำรงชีพ
          - ผักและผลไม้ปลอดสารพิษ

          ที่พัก + ร้านอาหาร

          - บ้านพักรับรองภายในศูนย์ฯ จำนวน 1 หลัง ( 2 ห้องนอน ) รับรองได้ 6 คน
          - เต็นท์บริการ ขนาด 2 คน
          - ไม่มีร้านอาหารบริการภายในศูนย์

          การเดินทาง

          จากตัวเมืองเชียงใหม่ ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 118 สายเชียงใหม่-เชียงราย ผ่านแยกศรีทรายมูล-อำเภอเวียงชัย-พญาเม็งราย-ขุนตาล-เชียงของ (บ้านท่าเจริญ) ถึงอำเภอเวียงแก่น ใช้เส้นทางหลวงหมายเลข 1155 ถึง กม.58 บ้านโล๊ะ หมู่ 3 ให้เลี้ยวขวาแยกเข้าหมู่บ้านห้วยแล้ง หมู่ 2 ตรงไปประมาณ 9 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากตัวเมืองเชียงใหม่ถึงศูนย์ฯ ประมาณ 5-6 ชั่วโมง

          หมายเหตุ ใช้รถยนต์ได้ทุกประเภท ยกเว้นฤดูฝนต้องใช้รถโฟร์วีลไดร์ฟ หรือใช้บริการรถยนต์รับจ้างสายเชียงราย-เวียงแก่น จุดจอด ณ สถานีขนส่งผู้โดยสาร จังหวัดเชียงราย ราคาค่าโดยสารคนละประมาณ 55 บาท

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์พัฒนาโครงการหลวงห้วยแล้ง บ้านห้วยแล้ง ตำบลท่าข้าม อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย โทร/แฟ็กซ์ 0-5391-8441 โฮมเพจ/เว็บไซต์ : http://www.doikham.com

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
chiangraifocus.com

Tags: ,
Jun 15

          อำเภอเวียงเชียงรุ้ง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ทางตอนกลางค่อนไปทางเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้…

          ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอดอยหลวง 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเชียงของ 
          ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอพญาเม็งรายและอำเภอเวียงชัย 
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงราย

คำขวัญ

          เวียงเก่าเชียงรุ้ง เขาสูงพระบาท ธรรมชาติน้ำตก มรดกล้านนา ประชารื่นรมย์ ชื่นชมคุณธรรม

ประวัติความเป็นมา

          เมืองโบราณ “เวียงเชียงรุ้ง” ความเป็นมาทางประวัติศาสตร์ เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่งในลุ่มแม่น้ำลาว เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของอาณาจักรล้านนา เคยเจริญรุ่งเรืองและเสื่อมไปหลายยุค หลายสมัย ตั้งอยู่บนทางหลวงสายเชียงราย - บ้านเหล่า อยู่ในอาณาเขตของบ้านห้วยเคียนใต้ หมู่ 10 ตำบลทุ่งก่อ มีทางแยกเข้าซ้ายมือผ่านหมู่บ้านและทุ่งนาเข้าประมาณ 1,500 เมตร ลักษณะเป็นเนินสูง ตั้งอยู่กลางทุ่งนา เนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ ตรงกลางเมืองเหมือนหลังเต่า มีลักษณะที่ชี้ให้ทราบว่าเป็นเมืองโบราณ ปรากฏอย่างชัดเจน เช่น ป้อม คู ประตูหอรบ มีคูเมือง 3 ชั้น ประกอบด้วย..

          1. คูเมืองชั้นในติดกำแพงเมือง (กำแพงดิน) มีคูรอบเป็นวงแหวน ยาวรอบเมืองประมาณ 3 กิโลเมตร คูเมืองชั้นในเรียกว่า “ร่องทราย” กว้าง 14 เมตร ลึก 3 เมตร 

          2. คูเมืองชั้นกลาง เป็นคูใหญ่กว้าง 30 เมตร ลึก 5 - 7 เมตร ยาวรอบ ตัวเมือง 5 กิโลเมตร ชาวบ้านเรียกว่า “ฮ่องลึก” หรือ ร่องลึก 

          3. คูเมืองชั้นนอกสุด ห่างจากฮ่องลึก ประมาณ 60 เมตร เรียกว่า”ร่องจิก” ยาว 200 เมตร กว้าง 8 เมตร ลึก 2 เมตร 

          จากการเล่าขานของคนดั้งเดิมบอกว่า ชุมชนแห่งแรกที่ได้มาตั้งถิ่นฐานอยู่ที่กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง คือ บ้านดงชัย ม.2 ต.ทุ่งก่อ ในปัจจุบัน ในสมัยก่อนเรียกว่าบ้าน “ดงหนองเขียว” เมื่อประมาณ 300 กว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นครอบครัวที่อพยพมาจากจังหวัดเชียงใหม่ ต่อจากนั้น ก็มีผู้คนอพยพเข้ามาอยู่เพิ่มขึ้นโดยลำดับ มาจากหลายเมือง อาทิ เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง และจากภาคอีสาน มาตั้งหมู่บ้านอยู่ 

           แต่เดิมอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอเมือง จ.เชียงราย และได้ขึ้นการปกครองของอำเภอเวียงชัยในปี พ.ศ.2516 และในวันที่ 1 เมษายน 2538 กระทรวงมหาดไทย ได้ประกาศจัดตั้ง กิ่ง อ.เวียงเชียงรุ้ง ต่อมากระทรวงมหาดไทยได้เปลี่ยนชื่อกิ่งอำเภอนี้เป็น กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง ตามประกาศกระทรวงลงวันที่ 31 มกราคม พ.ศ. 2539 โดยให้มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ปีเดียวกัน จนกระทั่งในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 ได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็น อำเภอเวียงเชียงรุ้ง โดยให้มีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกันเป็นต้นไป

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอเวียงเชียงรุ้งแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 3 ตำบล 43 หมู่บ้าน ได้แก่

          1. ทุ่งก่อ  (Thung Ko)  15 หมู่บ้าน 
          2. ดงมหาวัน  (Dong Maha Wan)  12 หมู่บ้าน 
          3. ป่าซาง  (Pa Sang)  16 หมู่บ้าน

สถานที่ท่องเที่ยว

          เมืองโบราณเวียงเชียงรุ้ง

          เป็นเมืองที่มีความเกี่ยวพันกับอาณาจักรล้านนาไทย ยังปรากฎ ป้อม ประตู คูเมือง กำแพงดินล้อมรอบ มีพระพุทธรูปหินทรายปรากฎอยู่ ปัจจุบันได้ขึ้นทะเบียนจากกรมศิลปกรให้ได้รับเป็นโครงการ “วนอุทยานประวัติศาสตร์เวียงเชียงรุ้ง”

          ดอยพระบาททุ่งก่อ

          ปรากฎขึ้นในสมัยดึกดำบรรพ์ ไม่ปรากฎยุคคนใดคนหนึ่งสร้าง แต่ปรากฎแก่สายตาชาวทุ่งก่อมานานหลายร้อยปีบนเทือกเขาดอยพระบาทจะมี พระบาทเหนือ ผาเล็งโลก ผาเกิ้ง ผาคอม้า พระบาทใต้ พอเดินลงจากดอยก็จะไปที่ดอยโหด ผารถ ผาจ้อง 

          วนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สัก 

          อยู่ในท้องที่บ้านน้ำตกพัฒนา หมู่ที่ 7 ตำบลทุ่งก่อ กิ่งอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จังหวัดเชียงราย อยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าห้วยสักและป่าแม่กกฝั่งขวา มีเนื้อที่ประมาณ 2,800 ไร่ กรมป่าไม้ได้ประกาศจัดตั้งเป็นวนอุทยานเมื่อวันที่ 8 พฤษภาคม 2545 ลักษณะภูมิประเทศเป็นภูเขาวางตัวในแนวทิศตะวันตกเฉียงใต้-ตะวันออกเฉียงเหนือ สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 460-963 เมตร มีความลาดชันเฉลี่ยทั่วพื้นที่ประมาณ 30 % มีลำห้วยแม่สักเป็นห้วยขนาดใหญ่ มีน้ำไหลตลอดทั้งปี และเป็นแหล่งต้นน้ำของน้ำตกห้วยแม่สัก ซึ่งไหลผ่านกลางพื้นที่

          น้ำตกห้วยแม่สัก 

          ตั้งอยู่ในเขตวนอุทยานน้ำตกห้วยแม่สัก น้ำตกห้วยแม่สัก สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลางประมาณ 480 เมตร เป็นน้ำตกชั้นเดียวขนาดเล็กสูงประมาณ 15 เมตร มีน้ำไหลตลอดปีรอบๆน้ำตกเป็นป่าที่สมบูรณ์ร่มรื่น และมีทิวทัศน์งดงาม  

          พระพุทธบาทเหนือ

          เป็นรอยพระพุทธบาทจำลองสลักลงบนหน้าผา ตั้งเอียงประมาณ 70 องศา ต่ำกว่าฐานพระธาตุเจดีย์ ประมาณ 3 เมตร เป็นรอยพระพุทธบาทเบื้องซ้าย หันปลายพระพุทธบาทไปทางทิศตะวันตก พระพุทธบาทเหนือ สร้างขึ้นในสมัยพระยาเมืองแก้ว เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ซึ่งได้ทรงบูรณะพระธาตุพร้อมกับสร้างรอยพระพุทธบาทจำลองทางด้านทิศเหนือ และทิศใต้ ชาวบ้านเรียกว่า พระบาทเหนือ ตั้งอยู่บริเวณพระธาตุทุ่งก่อ และทางทิศใต้ ชาวบ้านเรียกว่า พระบาทใต้ มีระยะห่างกันประมาณ 3 กิโลเมตร รอยพระพุทธบาทเหนือมีขนาดความกว้าง 59 เซนติเมตร ยาว 150 เซนติเมตร

          รอยพระพุทธบาทเหนือมีความศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของพุทธศาสนิกชนที่มาสักการะ และมาตั้งจิตอธิฐานขอความช่วยเหลือตามที่ตนปรารถนา ซึ่งมักจะได้ตามที่ตนขอไว้แต่จะต้องเป็นเรื่องที่ไม่ผิดด้านศีลธรรม หรือไม่ก็จะมีการบนบานศาลกล่าวด้วยการเสี่ยงทาย ด้วยการยกก้อนหินและการวางไม้

          พระพุทธบาทใต้ 

          ตั้งอยู่ทางด้านใต้สุดของดอยพระบาท มีลักษณะเป็นแท่งหินยื่นออกจากยอดดอยไปทางด้านทิศตะวันตก ประมาณ 5 วา บนพื้นที่ลาดเอียงประมาณ 30 องศา มีรอยพระพุทธบาทจำลองสลักตามแนวเอียงของหน้าผา มีความกว้าง 85 เซนติเมตร ยาว 155 เซนติเมตร สร้างพร้อมกับรอยพระพุทธบาทเหนือ ตรงกับสมัยพระยาเมืองแก้ว เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ พ.ศ. 2039 มีระยะห่างจากรอยพระพุทธบาทเหนือ ประมาณ 3 กิโลเมตร

          เนื่องจากรอยพระพุทธบาทใต้ มีพื้นที่บริเวณรอบข้างค่อนข้างน้อย คนที่เข้าไปสักการะจำนวนมากไม่ได้ อีกทั้งเป็นระยะทางที่ไกล และการเดินทางไปไม่สะดวกเหมือนรอยพระพุทธบาทเหนือ จึงเป็นการยากที่คนส่วนมากได้เข้าไปสักการะบูชา ปัจจุบันในวันวิสาขบูชาชาวบ้านดวงชัย บ้านป่าห้า ได้นำด้ายสายสิญจน์ไปผูกโยงระหว่างรอยพระพุทธบาทเหนือกับรอยพระพุทธบาทใต้ เพื่อให้คนทั้งหลายที่ได้ไปสักการะบูชาสรงน้ำรอยพระพุทธบาทเหนือเหมือได้สรงน้ำสักการะบูชารอยพระพุทธบาทใต้เหมือนกัน โดยใช้ด้ายสายสิญจน์เป็นสื่อ  

          พระธาตุดอยกู่

          เป็นโบราณสถาน เก็บอัฐิของครูบาศรีวิชัย วงค์ษา ,ครูบาอินถา ซึ่งมาพำนักและสร้างวัดนี้ขึ้น กำแพงวัดทำด้วยหิน และมีคูเมืองล้อมรอบ

          ผาม้า 

          มีลักษณะเป็นแท่งหินรูปร่างคล้ายม้า ยื่นคอหันไปตามความยาวของยอดดอยทางทิศใต้ คนเฒ่าคนแก่ได้บอกเล่าให้ลูกหลานสืบต่อกันมาว่า สมัยก่อนได้หลบหนีสงครามขึ้นไปบนดอยพระพุทธบาท และได้ซ่อนสมบัติทรัพย์สินเอาไว้ และไว้ทำลายแทงขุมสมบัติไว้ให้ลูกหลาน สมบัติซ่อนอยู่ที่สายตาม้าตก ซึ่งมาในที่นี้หมายถึง ผาม้านั่นเอง

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 
chiangraifocus.com
thaitambon.com
chiangrai.net

Tags: ,
Jun 09

          อำเภอแม่ลาว เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงรายตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้…

          ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงราย 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงราย 
          ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอพาน 
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอแม่สรวย

คำขวัญ

          แม่น้ำลาวคู่บ้าน ห้วยล้านพลับพลาคู่เมือง พระธาตุจอมหมอกแก้วลือเลื่อง นามประเทืองแผ่นดินทอง

ประวัติ

          อำเภอแม่ลาวแยกตัวออกมาจากอำเภอเมืองเชียงรายเมือวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2536 โดยมีฐานะเป็น กิ่งอำเภอแม่ลาว ประกอบไปด้วย 4 ตำบล ได้แก่ ตำบลดงมะดะ จอมหมอกแก้ว บัวสลี และป่าก่อดำ และต่อมากิ่งอำเภอแม่ลาวได้รับการยกฐานะให้เป็น อำเภอแม่ลาว เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2539

แหล่งน้ำ 

          1. แม่น้ำลาว ไหลผ่านพื้นที่ตำบลดงมะดะ ตำบลจอมหมอกแก้ว ตำบลป่าก่อดำและตำบลบัวสลี สามารถใช้น้ำเพื่อการเกษตรกรรมได้ตลอดปี

          2. น้ำจากโครงการชลประทานแม่ลาว ครอบคลุมพื้นที่ตำบลดงมะดะ ตำบลบัวสลีตำบลป่าก่อดำ และตำบลจอมหมอกแก้ว

          3. น้ำจากลำห้วยเพื่อการเกษตรกรรมที่สำคัญ ๓ แห่ง คือ ห้วยส้านยาว , ห้วยแม่มอญ และห้วยส้านพลับพลา และประเภทหนอง คลอง บึง รวมทั้งสิ้น ๓๔ แห่ง ครอบคลุมทุกตำบล

          4. แหล่งน้ำเพื่อการอุปโภคและบริโภค ส่วนใหญ่ประชาชนนิยมขุดบ่อบาดาลและ บ่อน้ำตื้น เพื่อนำมาใช้อุปโภค บริโภค มากที่สุด

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอแม่ลาวแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 5 ตำบล 63 หมู่บ้าน ได้แก่

          1. ดงมะดะ  (Dong Mada)  18 หมู่บ้าน  
          2. จอมหมอกแก้ว  (Chom Mok Kaeo)  11 หมู่บ้าน  
          3. บัวสลี  (Bua Sali)  12 หมู่บ้าน  
          4. ป่าก่อดำ  (Pa Ko Dam)  13 หมู่บ้าน  
          5. โป่งแพร่  (Pong Phrae)  9 หมู่บ้าน

คมนาคม

          1. ทางหลวงแผ่นดิน จำนวน 2 สาย คือ ถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 1 (พหลโยธิน) และถนนทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 118 (ถนนเชียงราย – เชียงใหม่)

          2. ถนนสายเด่นห้า (อ.เมืองเชียงราย) – ดงมะดะ (อ.แม่ลาว)

          3. ถนนลาดยาง ในพื้นที่ จำนวน 27 สาย

          4. ถนน คสล. ในพื้นที่ จำนวน112สาย

          5. ถนนลูกรัง/ดิน ในพื้นที่ จำนวน 295 สาย

แหล่งท่องเที่ยว

          พระธาตุจอมหมอกแก้ว

          เป็นพระธาตุบรรจุวัตถุมงคลเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองแม่ลาว ที่ประชาชนเคารพสักระบูชา บริเวณวัดสะอาด สงบ มีป่าไม่ร่มรื่นสวยงาม ตั้งอยู่บ้านดงมะเฟือง หมู่ที่ 9 ตำบลจอมหมอกแก้ว ริมถนนสายเด่นห้า – ดงมะดะ ประมาณ 27 กิโลเมตร

          สถานีวิจัยเพาะสัตว์เลี้ยงสัตว์ป่าดอยตุง (ส่วนแยก) เชียงราย 

          ของสำนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ กรมป่าไม้ เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ หรือ สำหรับการศึกษา ชีวิตสัตว์และการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ ตั้งอยู่หมู่ที่ 10 ตำบลจอมหมอกแก้ว ห่างจาก อ.เมือง เชียงราย ถนนสายเด่นห้า – ดงมะดะ ประมาณ 25 กิโลเมตร และห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 2.2 กิโลเมตร ถนนเป็นดินลูกรัง 

           อ่างเก็บน้ำห้วยส้านพลับพลา 

          เป็นสถานที่เหมาะสำหรับการพักผ่อนหย่อนใจ ตั้งอยู่ หมู่ที่ 5 ตำบลโป่งแพร่ ห่างจาก อ.เมืองเชียงราย ถนนสายเด่นห้า – ดงมะดะ ประมาณ 20 กิโลเมตร และห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 3 กิโลเมตร

          ภูชมดาว

          เป็นสถานที่ของเอกชน ดำเนินการปรับสภาพภูมิทัศน์เนินเขาให้ดูสวยงาม ผู้เดินทางผ่านไป – มา ให้ความสนใจและแวะเที่ยวชม ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลโป่งแพร่

          สวนชา

          หจก.สุวิรุฬชาไทย ปลูกชาจีนอู่หลงก้านอ่อนในพื้นที่ประมาณ 800 ไร่ และดำเนินกรรมวิธีการผลิต บรรจุ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวทัศนศึกษาดูงาน ตั้งอยู่หมู่ที่ 5 ตำบลป่าก่อดำ ห่างจากที่ว่าการอำเภอ ประมาณ 500 เมตร

          พระธาตุดอยจ้องสลับแสง

          ตั้งอยู่ ณ บ้านห้วยส้านพลับพลา หมู่ที่ 5 ตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย เป็นพระธาตุเก่าแก่คู่บ้าน เช่นกัน 

           พระธาตุหมอกมุงเมือง

          ตั้งอยู่ ณ บ้านท่าขี้เหล็ก หมู่ที่ 4 ตำบลป่าก่อดำ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย เป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งบรรจุลูกแก้ว 7 สี เมื่อก่อนมีตำนานปาฏิหารย์เกิดขึ้นหลายครั้ง ชาวบ้านให้ความเคารพนับถือมาก ปัจจุบันตั้งเป็นวัดมีใบรับรองสภาพวัดเรียบร้อยแล้ว อยู่ระหว่างการขอพระราชทานวิสุงคามสีมา ภายในวัดมีพิพิธภัณฑ์ เก็บของเก่าๆ ไม่ว่าจะเป็น ตู้ธรรม พระไตรปิฎก หิน พระเครื่องต่างๆ ฯลฯ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
 
thaitambon.com
intranet.m-culture.go.th
thaitambon.com
chiangrai.net

Tags: ,
Jun 05

          อำเภอพาน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ทางด้านทิศใต้ของอำเภอเมืองเชียงราย ระยะห่างประมาณ 43 กิโลเมตร

อาณาเขตติดต่อ

          ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอแม่ลาวและอำเภอเมืองเชียงราย 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอป่าแดด 
          ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอแม่ใจ (จังหวัดพะเยา) อำเภอวังเหนือ (จังหวัดลำปาง) และอำเภอเวียงป่าเป้า 
          ทิศตะวันตก? ติดต่อกับอำเภอแม่สรวย

ประวัติ

          อำเภอพานเดิมตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2450 เป็นกิ่งอำเภอเมืองพาน พ.ศ. 2451 โอนพื้นที่ของกิ่งอำเภอเมืองพานบางส่วนเข้าไปรวมกับอยู่ในอำเภอแม่ใจและอำเภอเมืองเชียงราย ต่อมา พ.ศ. 2455 ยกฐานะเป็น อำเภอเมืองพาน โดยยุบอำเภอแม่ใจ และเขตอำเภอเมืองเชียงรายบางส่วนที่ขึ้นกับเคยขึ้นกับอำเภอเมืองพาน ต่อมาจึงได้เปลี่ยนชื่อจาก “อำเภอเมืองพาน” เป็น “อำเภอพาน” จนถึงทุกวันนี้

ภูมิประเทศ

          พื้นที่ส่วนใหญ่เป็นที่ราบลุ่มและที่ราบระหว่างภูเขา และมีทิวเขาสูงระหว่าง 350-600 เมตรจากระดับน้ำทะเล เป็นแนวยาวทางทิศตะวันออกและตะวันตก มีลำน้ำที่สำคัญ ได้แก่ ลำน้ำแม่ส้าน ลำน้ำแม่ลาว ลำน้ำร่องธาร และลำน้ำแม่เย็น ส่วนแหล่งน้ำที่สำคัญ ได้แก่ หนองฮ่าง หนองเวียงห้าว หนองบวกปลาค้าว และหนองควายหลวง

ลักษณะภูมิอากาศ

          มีอากาศแบบมรสุมเมืองร้อน อุณหภูมิเฉลี่ยตลอดปีประมาณ 24-27 องศาเซลเซียส มีปริมาณน้ำผนเฉลี่ยทั้งปีประมาณ 1,853 มิลลิเมตร ฝนตกชุกในฤดูฝน ฤดูปหนาว จะได้รับอิทธิพลจากมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งจะพัดพาเอาความหนาวเย็นมาให้ ทำให้อากาศหนาวเย็นมาก สภาพดินฟ้าอากาศของอำเภอพาน แบ่งออกเป็น 3 ฤดู คือ

          1. ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่เดือน พฤษภาคม - ตุลาคม มีฝนตกชุมในราว เดือนกรกฎาคม -กันยายน
          2. ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่เดือน พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์ มีอากาศหนาวมาก บางครั้งอุณหภูมิต่ำถึง 6 องศาเซลเซียส
          3. ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่เดือนมีนาคม - พฤษภาคม มีอากาศร้อน ซึ่งบางครั้งสูงถึง 30 องศาเซลเซียส

สถานที่ท่องเที่ยว

          อุทยานแห่งชาติดอยหลวง

          มีพื้นที่ครอบคลุมอยู่ในท้องที่อ.แม่สรวย อ.พาน อ.เวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย อ.วังเหนือ จังหวัดลำปางและอ.แม่ใจ อ.เมือง จังหวัดพะเยา มีเนื้อที่ประมาณ 1,170 ตารางกิโลเมตร หรือ 731,250 ไร่ สภาพภูมิประเทศเป็นเขาสูงทอดตัวแนวเหนือ-ใต้ มีดอยหลวงเป็นยอดเขาที่สูงที่สุด ประกอบด้วยป่าเบญจพรรณ ป่าดิบชื้นและป่าเต็งรังปะปนกัน มีสัตว์ป่า และนกหลายชนิด

          การเดินทาง ใช้เส้นทางสายเชียงราย-พะเยาไป 58 กิโลเมตร ถึงบ้านปูแกง บริเวณกิโลเมตรที่ 77 เลี้ยวขวาอีก 9 กิโลเมตร ถึงที่ทำการอุทยานฯ ทั้งนี้ อุทยานฯ มีสถานที่ตั้งแคมป์และบริการเดินป่า สอบถามโทร (053) 721683 

          สำหรับสถานที่ท่องเที่ยวซึ่งอยู่ใกล้ที่ทำการอุทยานฯ ได้แก่ น้ำตกปูแกง เป็นน้ำตกขนาดใหญ่แห่งหนึ่งใน จังหวัดเชียงราย น้ำไหลจากภูเขาสูงสลับซับซ้อนก่อให้เกิดชั้นน้ำตกที่สวยงามถึง 9 ชั้น บริเวณน้ำตกมีการทับถมของหินปูนที่ปนมากับน้ำ ทำให้เกิดหินงอกหินย้อยมากมายบริเวณน้ำตก 

          พระธาตุจอมแว่

          อยู่บนภูเขาจอมแว่ หมู่ที่ 2 ต.เมืองพาน 3 กิโลเมตร เป็นพระธาตุที่มีประชาชนชาว อ.พาน และ อ.ใกล้เคียงนับถือกันว่าเป็นพระธาตุอันศักดิ์สิทธิ เมื่อถึงเดือน 8 เหนือ หรือเดือน 9 ใต้ ขึ้น 15 ค่ำ จะมีงานนมัสการองค์พระธาตุทุกปี

          น้ำตกถ้ำผาโขง และถ้ำน้ำลอด

          อยู่ที่บ้านปางเกาะทราย หมู่ที่ 6 ต.ป่าหุ่ง ห่างจาก อ.พาน ประมาณ 15 กิโลเมตร โดยผ่านหลังที่ว่าการอ.พานไปทางทิศตะวันตก มีน้ำไหลใสสะอาดตลอดปี

          ถ้ำผายาว 

          อยู่หมู่ที่ 8 ต.ม่วงคำ จากถนนพหลโยธิน สายอ.พาน-พะเยา มีทางแยกตรงบ้านม่วงคำไปประมาณ 5 กิโลเมตร เป็นถ้ำใหญ่ปากถ้ำกว้างถึง 20 เมตร ลึก 520 เมตร 

          พระธาตุสามดวง 

          เป็นศาสนสถานที่สำคัญแห่งหนื่ง ในอ.พาน อยู่ในพื้นที่ระหว่างบ้านป่าหุ่ง หมู่ที่ 1 กับบ้านศาลาเหมืองหิน หมู่ที่ 11 ต.ป่าหุ่ง อ.พาน ห่างจากที่ทำการ อ.พาน ไปทางทิศตะวันตก ระยะทาง 12 กิโลเมตร ภายในบริเวณวัดมีพระธาตุตั้งอยู่ 3 องค์ แต่ละองค์ตั้งห่างกันประมาณ 100-200 เมตร และตั้งอยู่บนเนินสูงลดหลั่นกันลงไป ตามตำนานเล่าว่าพระธาตุองค์นี้สร้างขึ้นประมาณ พ.ศ.1839 ต่อมาได้มีการบูรณะเมื่อปี พ.ศ. 2476 โดยคณะศิษยานุศิษย์ของครูบาศึลธรรมกับครูบาไชยาเพื่อใช้เป็นที่อยู่ปฏิบัติธรรมของพระสงฆ์ ในบริเวณพระธาตุสามดวงจะมองเห็นทิวทัศน์ของตัวอ.พาน ได้อย่างสวยงาม

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
th.wikipedia.org
thai-tour.com
web.chiangrai.net
chiangraifocus.com
phan.chiangrai.doae.go.th

Tags: ,
May 24

แผนที่เดินทางนมัสการพระธาตุ 9 จอม

 
          พระธาตุ ถือเป็นสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีอัศจรรย์ปาฏิหาริย์มาก จากคำบอกเล่าของบรรพชนมักได้ยินได้ฟังอยู่เสมอว่า ทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ ของบางเดือน จะเกิดปรากฏการณ์พิเศษเกิดขึ้นอยู่เสมอๆ เช่น การปรากฏลำแสงพวยพุ่ง สุขสว่างสดใสเป็นรัศมีสีแดง สีเหลือง สีขาว ขึ้นรอบองค์พระธาตุ หรือ พาดผ่านขึ้นสู่ท้องฟ้าบ้าง หรือการปรากฏความร่มเย็นเป็นสุขมีฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาลที่แห้งแล้วบ้าง หรือปรากฏกลิ่นหอมโรยรื่นอบอวลชวนให้จิตใจสดชื่นแจ่มใสบ้าง ซึ่งปรากฏการณ์เหล่านี้สำแดงออกมาโดยอัศจรรย์ด้วยพุทธานุภาพเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาแก่ผองชนที่เคารพเลื่อมใสเป็นอันมาก

          พระธาตุเก้าจอม เป็นที่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าในส่วนต่างๆ ของพระวรกายโดยแท้ มีประวัติตำนานกล่าวขานที่เป็นพุทธมงคลรวมทั้งนามที่ตั้งก็เป็นมงคลนาม ผู้ที่ได้สักการะพระธาตุครบทั้งเก้าจอมจะถือว่าน้อมรับมงคลอันยิ่งใหญ่และสิ่งงดงามมาสู่ชีวิตของตนเองและบริวาร

ตำนานบูชาพระธาตุเก้าจอม

          พระธาตุเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของชาวพุทธ ที่เป็นสถานที่เก็บพระบรมสารีริกธาตุขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า อันเปรียบเสมือนเป็นองค์แทนพระองค์ไว้ให้พุทธศาสนิกชนได้กราบไหว้บูชา ระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงบำเพ็ญเพียรเผยแพร่หลักธรรมแห่งพุทธศาสนา เพื่อการหลุดพ้นจากบ่วงกรรมความทุกข์ทั้งปวง อันจะนำพาความเป็นสิริมงคลมาสู่ชีวิตของผู้ที่เคารพและศรัทธา

          ตามคติความเชื่อของชาวล้านนามาตั้งแต่โบราณกาล เชื่อกันว่าการได้ทำบุญวัดประจำปีเกิด หรือการได้ไปทำบุญวัดที่เป็นมงคลนามทั้งเก้า รวมถึงการได้ไปนมัสการสักการะพระธาตุเก้าจอม จะทำให้เกิดความเป็นสิริมงคล “อยู่เย็นเป็นสุข” หรือ ตามคติล้านนาว่า “อยู่ดีกินหวาน” ประสบความสำเร็จทั้งการงาน การเงิน การดำเนินชีวิตได้สมดังปรารถนา

          พระธาตุเก้าจอม ประกอบด้วย…

พระธาตุจอมหมอกแก้ว

          ที่อยู่ : บ้านดงมะเฟือง ตำบลจอมหมอกแก้ว อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย โทร. o ๕๓๗๑ ๗๑๖๖ 

          ประวัติพระธาตุ : พระธาตุจอมหมอกแก้ว ถูกสร้างขึ้นมาในสมัยใดยังไม่มีปรากฏหลักฐาน แต่มีเรื่องเล่าว่า เมื่อ ๑oo กว่าปีที่แล้ว ชาวบ้าที่ตั้งถิ่นฐานอยู่แถบนั้นได้เข้าไปหาของป่า และได้พบจอมปลวกมีลักษณะคล้ายพระธาตุ ตั้งอยู่บนเนินเตี้ยๆลูกหนึ่ง และในบริเวณนั้นมีต้นไม้ที่ ชาวเหนือเรียกว่าต้นส้มป่อยอยู่มากมาย มีลักษณะโน้มเอียงเหมือนพญานาค และได้พบเครื่องปั้นดินเผาที่แตกกระจัดกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ชาวบ้านจึงได้พากันกราบไหว้จอมปลวกนั้น ใครจะเข้าไปทำอะไรในป่าบริเวณนี้ต้องมาต้องมากราบไหว้บูชาขออนุญาตเสียก่อน ไม่เช่นนั้นก็จะมีอันเป็นไปต่างๆนานา ชาวบ้านแถบนั้นเชื่อว่าจอมปลวกนั้นเป็นที่บรรจุ อัฐิของเชื้อพระวงค์ในสมัยโบราณ สันนิษฐานว่าเจดีย์ถูกสร้างขึ้นมาครอบจอมปลวกภายหลัง 

          การเดินทาง จากแยกเด่นห้า มาตามถนนเด่นห้า – ดงมะดะ ผ่านปากทางไปวัดร่องขุ่นทางด้านตะวันออก ปากทางเข้าน้ำตกขุนกรณ์ทางด้านตะวันตก ผ่านศูนย์วิจัยเพาะเลี้ยงพันธุ์สัตว์ป่า บ้าหนองผักเฮือด ตลอดเส้นทางราว 24 กิโลเมตร ก็จะถึงพระธาตุจอมหมอกแก้ว 

          ความเชื่อในการไหว้พระธาตุดอยจอมหมอกแก้ว : เชื่อกันว่าอุปสรรคที่เปรียบเหมือนหมอกควันสีดำถ้ากราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานอุปสรรคทั้งหลายก็จะจางใสเหมือนหมอกแก้วและประสบความสำเร็จ 

          คำบูชาพระธาตุจอมหมอกแก้ว

          อะหังวันทามิ อิธะ ปติฏฐิตา อะระหัตตะ ธาตุโย
          ตัสสะ นุภาชนะ สะทา โสตถี ภะวันตุเม

วัดพระธาตุดอยทอง 

          ที่อยู่ : ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย โทร. o ๕๓-๗๑๕o๕๗

          ประวัติพระธาตุ : พระธาตุจอมทองเป็นมงคลนามแห่งเมืองเชียงราย เดิมเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่ามีมาก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะมาพบพื้นที่และสร้างเป็นเมืองเชียงราย ในปี พ.ศ. ๑๘o๕ ตามหลักฐานปรากฏในหนังสือพงศวดารโยนกของพระยาประชากรจักรกล่าวว่า เมื่อพระพุทธศาสนาล่วงแล้ว ๙๕๖ พรรษามีพระเถระเจ้ารูปหนึ่งนามพระพุทะโฆษา เป็นชาวโกศลเมื่อสุธรรมวดี (สะเทิ้ม) ในสามัญประเทศได้ออกไปสู่เมืองลังกาทวีปนำคัมภีร์พระไตรปิฏก แห่งลังกาทวีปมาสู่สามัญทวีปและพุกามประเทศ และเข้ามาสู่โยนกนครไชยบุรีศรีเชียงแสน ในวันจันทร์ขึ้น ๘ ค่ำเดือน ๖ ปีชวด มหาศักราชได้ ๓๓๕ (พ.ศ. ๑๔๘๓) นำพระบรมสารีริกธาตุ ๓ ขนาดรวม ๑๖ องค์ ถวายแก่พระเจ้าพังคราช เจ้าเมืองโยนกนาคพันธ์ พระองค์ได้แบ่งได้แบ่งเป็นพระธาตุขนาดใหญ่หนึ่ง ขนาดกลางสองรวมสามองค์ส่งให้พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ (บริเวณอำเภอเวียงชัยในปัจจุบัน) ส่วนหนึ่งบรรจุลงมหาสถูปบนดอยทอง ขนานนามว่าพระธาตุดอยจอมทอง เพื่อเป็นมงคลนามของเมืองมีพิธีสงน้ำพระธาตุทุกวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ (เดือน ๕ เหนือ) 

          การเดินทาง : จากห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราช เข้าถนนอุตรกิจไปจนถึงสี่แยกพหลโยธิน (สายใน) เลี้ยวขวาผ่านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสิงหไคล ผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหยือเขต ๒ ตรงไปจนถึงปากทางเข้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนไตรรัตน์ ผ่านวัดพระแก้ว เลี้ยวขวาผ่านโรงเรียนเชียงรายวิทยาคม เลี้ยวขวาอีกครั้งหนึ่งขึ้นดอยทองผ่านวัดงำเมืองไปประมาร ๓๕o เมตร ก็จะถึงปากทางขึ้นพระธาตุดอยจอมทอง 

          ความเชื่อในการไหว้พระธาตุดอยจอมทอง : เชื่อกันว่าถ้ากราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานท่านจะมีทรัพย์สินเงินทอง 

          คำบูชาพระธาตุจอมทอง

          วันทามิ เจติยัง สัมพัฏฐาเนสุ ปติฏฐิตา สรีระธาตุ มหาโพธิง พุทธะรูปัง สกลังสทา
          นาคะโลเก เทวะโลเก ตาวะตังเส พรัมมะโลเก ชัมภูทีเป ลังกาทีเป
          สรีระธาตุโย เกสาธาตุโย อรหันตาธาตุ โยเจติยัง คันธะกุฏิ จตุราสีติ
          ติสะหัสสะ ธัมมักขันธา ปาทะเจติยัง นะระเทเวหิ อหังวันทามิ ธาตุโย อหังวันทามิ
          ทูระโต อหังวันทามิ สัพพะโส

วัดอรัญญวิเวกคีรี (จอมผ่อ)

          ที่อยู่ : บ้านดง-หล่ายหน้า หมู ๗ ตำบลเวียง อำเภอเวียงป่าเป้า จังหวัดเชียงราย โทร. o๕๓๗๘ ๑๓๖๓ 

          ประวัติพระธาตุ : ตามหลักฐานเอกสารในทำเนียบการตั้งวัดของจังหวัดเชียงรายระบุว่าได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. ๒๒๖๓ แต่ยังไม่พบหลักฐานใดอื่นอีก นอกจากหลักฐานทางโบราณวัตถุ เช่น เจดีย์ พระพุทธรูป กองหินกองอิฐที่สันนิษฐานได้ว่า ตรงนี้เคยเป็นโบสก์เป็นวิหารมาก่อนเท่านั้นจากคำบอกเล่าของคนรุ่นก่อนกล่าวว่า ที่วัดม่อนจอมฝ่อนี้ เดิมมีพระพุทธรูปทองเหลืองทองแดงองค์เล็กองค์ใหญ่จำนวนมาก พิงอยู่ตามต้นไม้บ้าง วางอยู่บนกองอิฐกองดินบ้างไม่มีใครสนใจ เมื่อทางการได้เข้าไปสำรวจโบราณวัตถุ ประกอบกับทางวัดไม่มีผู้ดูแลแน่นอน จึงได้เก็บเอาพระพุทธรูปที่เป็นโลหะชนิดต่างๆไปรวบรวมไว้จนหมดไม่เหลือแม้แต่องค์เดียว ในระหว่างการรื้อเจดีย์ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒o ยังพบวัตถุมงคลอีกมากมายพร้อมแผ่นเงินจารึกประวัติศาสตร์การสร้างเจดีย์ที่จานด้วยเหล็กจานเป็นภาษาล้านนา จึงได้มีการบูรณะเรื่อยมา จนเสร็จสิ้นสมบูรณ์ในวันที่ ๕ พฤษภาคม ๒๕๔๖ และได้จัดให้มีประเพณีสงฆ์น้ำพระธาตุจอมฝ่อขึ้นทุกวันขึ้น ๑๕ ค่ำเดือน ๔ 

          การเดินทาง : จากตำบลจอมหมอกแก้วบนทางหลวงหมายเลข ๑๒๑๑ มาถึงทางแยกเข้าทางหลวงหมายเลข๑๑๘ (ถนนเชียงราย – เชียงใหม่) มุ่งตรงสู่อำเภอเวียงป่าเป้า ผ่านสวนทิพย์วนารีสอรท์ สำนักงานเทศบาลตำบลเวียงป่าเป้า โรงเรียนอนุบาลสันสลีและวัดศรีสุพรรณเข้าซอยฝั่งตรงข้ามวัดประมาร ๒ กิโลเมตร ถึงวัดอรัญวิเวกคีรีอันเป็นที่ตั้งของพระธาตุจอมฝ่อ รวมระยะการเดินทางทั้งสิ้น ๖๕ กิโลเมตร 

          ความเชื่อในการไหว้พระธาตุดอยจอมผ่อ : ผ่อ เป็นภาษาเหนือ แปลว่า ดูหรือมอง เชื่อกันว่าถ้าได้กราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานเปรียบเหมือนการลืมตาเจอแสงสว่างในชีวิต 

          คำบูชาพระธาตุจอมผ่อ

          อิทัง วันทามิ เจติยัง สักกัจจัง
          วะระสัญญิตัง เอเตนะ มะมะ
          ปุญเญนะ สะทา โสตถี ภะวันตุเม

วัดพระธาตุจอมแจ้ง 

          ที่อยู่ : ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงรายโทร o ๕๓๖๕-๖๒๙๗ 

          ประวัติพระธาตุ : วัดพระธาตุจอมแจ้งเป็นวัดเก่าแก่มาแต่โบราณ ตามตำนานกล่าว่า มีพระมหาเถระเจ้ารูปหนึ่งได้เดินทางจาริกเทศนาสั่งสอนพุทธศาสนิกชน เพื่อเป็นการประกาศพุทธศาสนามาจนถึงสถานที่แห่งนี้จนถึงรุ่งแจ้งสว่างพอดี เมื่อปี พ.ศ. ๒oo๑ จึงได้ขอวานตาแก่คนหนึ่งที่ปฏิบัติธรรม เฝ้ารักษาพระธาตุแห่งนี้ให้ไปตักน้ำที่แม่น้ำซ่วยขึ้นมาล้างหน้า และได้พักอยู่ที่นี่ ๗ วัน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปได้มอบพระบรมสารีริกธาตุให้ตาแก่คนนั้นนำไปบรรจุลงในพระธาตุจนเป็นที่สำเร็จลุล่วงแล้วจึงเดินทางจาริกต่อไป และยังได้ทำนายไว้ว่าสมัยต่อไปข้างหน้านี้ ชาวบ้านจะเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “พระธาตุจอมแจ้ง” ส่วนแม่น้ำซ่วยนั้น ชาวบ้านจะเรียกเปลี่ยนไปว่า “แม่น้ำสรวย” 

          ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ หลวงพ่ออดุลสีหวัตต์ (สิงห์คำ) ได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลแม่สรวย และเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมแจ้ง ได้เทศนาอบรมประชาชนให้มีความเชื่อถือเลื่อมใสในองค์พระธาตุแน่นแฟ้นขึ้นจนประชาชนในเขตอำเภอแม่สรวยได้จัดงาน

          บุญประเพณีทุกวันเพ็ญขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ แดละได้แนะนำชักชวนศรัทธาญาติโยมให้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์ สิ่งปลูกสร้างภายในวัดพิ่มขึ้นและยังเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อทองทิพย์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ และเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ 

          การเดินทาง : จากเวียงป่าเป้า ย้อนกลับขึ้นไปทางเหนือทางหลวงหมายเลข ๑๑๘ (ถนนเชียงใหม่ – เชียงราย) สู่อำเภอแม่สรวย ผ่านปากทางเข้าโรงงานเชียงรายไวน์เนอร์รี่ ศาลสมเด็จพระนเรศวร, โรงพยาบาลแม่สรวย ข้ามสะพานแม่น้ำลาว ตีนสะพานมีซอยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่พระธาตุจอมแจ้งอีก ๒oo เมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น ๔o กิโลเมตร 

          ความเชื่อในการไหว้พระธาตุดอยจอมแจ้ง : เชื่อกันว่าถ้าได้กราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานท่านจะประสบความสำเร็จและรู้แจ้งเห็นจริง

          คำบูชาพระธาตุจอมแจ้ง

          อิมัสมิง อะรุนุธคะมะเน
          ประภัตตะเคทิตัง ธาตุ เจติยัง
          อะหังวันทามิ สะระสา อะหังวันทามิ สัพพะทา

วัดจอมจันทร์ 

          ที่อยู่ : ตำบลสันทราย อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โทร. o ๕๓๗๗-๒๑๒๙ 

          ประวัติพระธาตุ : พระครูบาทิพย์ เจ้าอาวาสวัดบ้านแหลว เป็นผู้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. ๒๔๕๓ โดยเห็นนิมิตในคืนหนึ่ง เป็นแสงพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสว่างไสวระยิบระยับสีเขียวบนดอยที่ตั้งขององค์พระธาตุ สักครู่ก็หายไป เช้าวันรุ่งขึ้นพระครูบาทิพย์จึงชวนสามเณรขึ้นไปสำรวจตรวจตราดูบนยอดดอยแห่งนี้ เห็นว่าเป็นสถานที่ที่เหมาะสมแก่การสร้างพระธาตุเจดีย์เป็นอย่างยิ่ง เพราะว่าดอยแห่งนี้มีคูล้อมรอบ โดยการขุดของคนโบราณ ซึ่งไม่ติดกับดอยลูกใดเลยในบริเวณใกล้เคียงกัน จึงชักชวนญาติโยมสาธุชนทั้งหลายร่วมกันก่อสร้างเจดีย์ 

          ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๖๘ จึงได้ก่อสร้างกุฏิ วิหาร และศาลาตามลำดับ ตั้งเป็นวัดชื่อว่า วัดพระธาตุจอมจันทร์ มีภิกษุจำพรรษาติดต่อกันมาจนถึง พ.ศ. ๒๔๘o ได้เกิดไฟป่าลุกลามไหม้ศาลาและกุฏิจนหมด คงเหลือไว้แต่พระเจดีย์และวิหาร ศรัทธาชาวบ้านจึงได้ย้ายมาสร้างวัดอยู่ข้างล่าง อยู่ห่างจากวัดเดิม ๓oo เมตร วัดพระธาตุจอมจันทร์จึงได้กลายเป็นวัดร้าสงตั้งแต่นั้นมา จนถึงปี ๒๕๔๒ จึงได้มีการบุรณะขึ้นมาใหม่ โดยพระมหายงยุทธ เทวธัมโม พร้อมคณะศรัทธา 

          การเดินทาง : ออกจากอำเภอเชียงแสนใช้ถนนสายเชียงราย-เชียงแสน (ทางหลวงหมายเลข ๑o๑๖) มุ่งสู่อำเภอแม่จัน ผ่านอำเภอจันจว้า ตำบลจอมสวรรค์ และตำบลสันทราย ถึงปากทางเข้าอำเภอจอมจันทร์ รวมระยะทางประมาณ ๓o กิโลเมตร 

          ความเชื่อในการไหว้ พระธาตุจอมจันทร์ : เชื่อกันว่าถ้าได้กราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานผิวพรรณสวยงามเปล่งปลั่งรัศมีดุจแสงจันทร์งดงามอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ 

          คำบูชาพระธาตุจอมจันทร์

          อิทัง วันทามิ เจติยัง สักกัจจัง วะระสัญญิตัง
          อะหัง วันทามิ ธาตุโย อิธะปัพะเต
          ปะติฏฐิตา เอตนะ มะมะปุญญานุพาเวนะ
          สะทาโสตถี ภะวันตุเต 

วัดพระธาตุจอมสัก

          ที่อยู่ : ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โทร. o ๕๓๗o ๓๑๙๖

          ประวัติพระธาตุ : พระธาตุจอมสักเดิมชื่อ พระธาตุดอยบ้านยาง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำกกมากนัก สร้างขึ้นในสมัยโยนกไชยบุรีศรีเชียงแสน จนถึงสมัยพระเจ้าพังคราช กษัตริย์แห่งราชวงค์โยนก องค์ที่ ๒๔ ได้มีพระเถระองค์หนึ่งชาวโกศล เมืองสุธรรมาวดี นามพระพุทธโฆษาจารย์ ได้นำพระบรทสารีริกธาตุจากประเทศลังกามาถวายพระองค์จำนวน ๑๖ องค์ พระเจ้าพังคราชทรงโปรดให้แบ่งพระธาตุออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งประดิษฐานอยู่บนพระธาตุดอยจอมทอง ส่วนที่สองประดิษฐานอยู่บนพระธาตุจอมกิติ และส่วนที่สามนำมาประดิษฐานที่พระธาตุดอยบ้านยาง ต่อมา ใน พ.ศ. ๒๔๙o พระครูบาคำหล้า สังวโร ได้เป็นประธานในการบูรณะพระธาตุองค์ใหม่ โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เดิมไว้และได้สร้างวิหารเรือไว้สักยกใต้ถุนหลังหนึ่ง และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นพระธาตุจอมสักจนถึงทุกวันนี้ 

          การเดินทาง : จากอำเภอแม่จันใช้ถนนเชียงราย-แม่สาย (ทางหลวงหมายเลข ๑ ) ลงใต้สู่อำเภอเมือง ผ่านตลาดบ้านดู่ ปากทางเข้าท่าอากาศยานเชียงราย ห้างสรรพสินค้าแมคโคร พบยูเทริ์นแรกเลี้ยวขวา เข้าปากทางเข้าพระธาตุจอมสักพอดีเข้าไปอีกประมาณ ๔oo เมตร รวมระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร

          ความเชื่อในการไหว้พระธาตุดอยจอมสัก : เชื่อกันว่าถ้าได้กราบไหว้ท่านจะได้รับสิริมงคลสูงสุดและพานพบแต่สิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิตอย่างน่าอัศจรรย์ 

          คำบูชาพระธาตุจอมสัก

          อะระหัง วันทามิ ธาตุโย
          สัพพะฐาเนสุ สุปะฏิ ปะทิตา
          อะระหังวันทามิ สัพพะโส

วัดพระธาตุจอมกิตติ 

          ที่อยู่ : ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย โทร. o ๕๓๖๕ o๕๓๔ 

          ประวัติพระธาตุ : ตามตำนานกล่าวว่า กษัตริย์แห่งราชวงค์โยนกองค์ที่ ๒๔ คือ พระเจ้าพังคราช พร้อมด้วยโอรส คือ พระเจ้าพรมมหาราช ได้รับพระบรมสารีริกธาตุจากพระเถระเจ้าชาวโกศล เมืองสุธรรมาวดี นามว่า พระพุทธโฆษาจารย์ รวม ๑๖ องค์ พระเจ้าพังคราชจึงทรงโปรดแบ่งพระบรมสารีริกธาตุออกเป็นขนาดใหญ่ ๑ องค์ ขนาดกลาง ๒ องค์ ขนาดเล็กอีก ๒ องค์ ประธานแก่พระยาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนาราย์ ซึ่งพระยาเรือนแก้วได้สร้างเจดีย์ประดิษฐานไว้ ณ. ดอยจอมทองที่เหลืออีก ๑๑ องค์ ทรงโปรดให้นำพระโกศแก้ว พระโกศเงิน มารองรับพระบรมธาตุ พระราชทานให้พระเจ้าพรหมมหาราชนำไปประดิษฐานไว้ที่ดอยน้อย หรือดอยจอมกิตติที่พระเจ้าสิงหนวัตนิ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงค์โยนกได้เคยบรรจุพระบรมสารีริธาตุ ทั้ง ๑๑ ไว้ด้วยกัน ในปี ๑๔๘๓ ในระยะต่อมาเจดีย์พระธาตุทรุดโทรมมากเจ้าฟ้าเฉลิมเมือง เจ้าเมืองเชียงแสน ได้ร่วมกับศรัทธาชาวเมืองบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นอีกครั้งในปี ๒๒๓๗ 

          การเดินทาง : จากอำเภอเมืองใช้ทางหลวงหมายเลข ๑o๒o ผ่านอำเภอพญาเม็งรายใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๗๔ ผ่านปากทางเข้าน้ำตกตากควัน บ้ายไชยพัฒนา เข้าเขตอำเภอเวียงเชียงรุ้ง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑o๙๘ ผ่านบ้านเนินสมบูรณ์ ปากทางแยกเข้าอำเภอเวียงชัย ปากทาง เข้ากิ่งอำเภอดอยหลวง ใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๒๗๑ มุ่งตรงสู่อำเภอเชียงแสน ผ่านวัดพระธาตุผาเงา เข้าถนน บายพาส เข้าถนนเชียงราย – เชียงแสนไปอีก ๒ กิโลเมตร ถึงทางเข้าพระธาตุจอมกิตติ ฝั่งซ้ายมือรวมระยะทางทั้งสิ้น ๑๑๗ กิโลเมตร 

          ความเชื่อในการไหว้พระธาตุดอยจอมกิตติ : เชื่อกันว่าถ้าได้กราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานท่านจะอุดมไปด้วยยศถาบรรดาศักดิ์ ลาภยศผู้คนสรรเสริญ เจ้าคนนายคน 

        คำบูชาพระธาตุจอมกิตติ

          อะหัง วันทามิ ปะระมะสารีริกกะธาตุโย
          กะกุสันธัสสะ จะโกนาคะ นะมัสสะจะ
          กัสสะธัสสะ จะสะมะนะโกตะมัสสะ เจวะ
          นิพานนะ ปัจจะโย โหตุ

วัดพระธาตุจอมจ้อ 

          ที่อยู่ : ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย  โทร. o ๕๓๖๖ ๖๔๔๙ 

          ประวัติพระธาตุ : พระธาตุจอมจ้อเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิที่อยู่คู่เมืองเทิงมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ประวัติพระธาตุจอมจ้อจากคัมภีร์เก่าแก่ที่ตั้งโดยนักปราชญ์ผู้ชำนาญในด้านภาษาบาลีของอำเภอเมืองเทิง (เมืองเถิง) ในสมัยนั้นได้กล่าวว่า ในกาลสมัยเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาสุวรรณภูมิ พระองค์ได้พักอยู่ใต้ต้นอโศกบนดอยใกล้แม่น้ำอิง มีพญานาคตนหนึ่ง รู้ว่าพระพุทธองค์เสด็จมาจึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทูลถามความต่างๆแล้วจึงนำจ้อคำ ๓ ผืนแล้วจ้อแก้วอีก ๓ ผืน มาถวายพระพุทธองค์ พระอานนท์จึงขอทูลพระธาตุให้พระยานาคตนนั้น พระพุทธองค์จึงนำพระหัตถ์ลูบพระเศียรได้พระเกศาธาตุเส้นหนึ่ง จึงโปรดให้พญานาคไว้พญานาคจึงนำความแจ้งให้เจ้าเมืองสร้างพระธาตุไว้ที่กลางดอยเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุ ต่อมาจึงมีการขนานนามพระธาตุนั้นว่า พระธาตุจอมจ้อ ทุกปีจะมีพิธีสรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ ในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เหนือ 

          การเดินทาง : ออกจากอำเภอพานใช้ทางหลวงหมายเลข ๑ ไปทางใต้แยกพาน – ป่าแดด เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข ๑๑๘๑ ผ่านสันมะเค็ด ป่าแงะ ถ้าผาจรุย จนถึงสามแยกเชียงเคี่ยน เลี้ยวขวาเข้าถนนศรีเชียงราย – เทิง ผ่านยศรีดอนชัย ปล้อง เข้าสู่อำเภอเมืองผ่านสถานีตำรวจภูธรอำเภอเทิง โรงพยาบาลเทิง และวัดพระศรีมหาโพธิ์ ข้ามสะพานแม่น้ำอิงอีก ๒๕o เมตร จะถึงปากทางเข้าพระธาตุจอมจ้อ ต้องขับรถขึ้นดอยอีกประมาณ ๓oo เมตร รวมราการเดินทางทั้งสิ้น ๖๕ กิโลเมตร 

          ความเชื่อในการไหว้พระธาตุดอยจอมจ้อ : จ้อ หมายถึง พูดดี พูดเก่ง ถ้าได้กราบไหว้ก็จะประสบความสำเร็จทุกสิ่งเหมือนกับการเริ่มเจรจาก็นำมาซึ่งความสำเร็จและสมประสงค์ทุกประการ

          คำบูชาพระธาตุจอมจ้อ

          นะโมตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ (3 จบ)
          อะหัง วันทามิ ธาตุโย เกสาธาตุ มานะธาตุ
          อิมัสสะหมิง ปติฏฏัง อุตะระ ปัพพัตตัง อะหัง วันทามิสิระสา (กล่าว 3 จบ)

วัดพระธาตุจอมแว่

          ที่อยู่ : ตำบลเมืองพาน อำเภอพาน จังหวัดเชียงราย โทร. o ๕๓๗๒ ๑๘๒๑

          ประวัติพระธาตุ : ตามตำนานได้กล่าวไว้ว่า พระธาตุจอมแว่ได้สร้างขึ้นโดยพญางำเมือง เจ้าเมืองภูกามยาว (พะเยา) ในราว จ.ศ. ๖๕๖ (พ.ศ. ๑๘๓๗) โดยที่พระองค์ได้เสด็จขึ้นดอยซางคำ (ชื่อเดิมของดอยจอมแว่) เพื่อตรวจดูอาณาเขตบ้านเมืองของพระองค์ว่ามีไพร่ฟ้าประชาราษฎร์ว่าอยู่ตรงไหนบ้าง จากนั้นจึงเสด็จไปยังดอยอีกลูกหนึ่งซึ่งอยู่ตอนเหนือของลำน้ำแม่คาวด้วน และเสด็จเลียบต้นดอยด้วน (ดอยงาม) แล้วเสด็จไปยังเมืองภูกามยาว เมื่อพระองค์เสด็จถึงเมืองภูกามยาวใน เดือน ๔ ปีเดียวกัน จึงโปรดให้ขันฑเสนามาตย์ นำผู้ที่มีความรู้ในการก่อสร้างเจดีย์ พร้อมกับไพร่ฟ้าปลายแดน มาลงแรงช่วยกันสร้างพระธาตุจอมแว่ขึ้นที่ดอยซางคำ โดยได้ก่อทับรอยฟานเอาไว้ บรรจุพระเกศาธาตุ และแก้วแหวนเงินทองเอาไว้ สร้างเสร็จสมบูรณ์ในเดือน ๘ จึงได้มีพิธีการเฉลิมฉลองสมโภชพระเจดีย์เป็นเวลา ๓ วัน ๓ คืน 

          ในสมัยเจ้าเมืององค์ต่อมา บ้านเมืองอยู่ในสภาวะไม่สงบสุขประชาชนจึงได้อพยพไปอยู่ที่อื่น ทำให้พระธาตุจอมแว่ทรุดโทรมปรักหักพังจากภัยธรรมชาติ จนในปี จ.ศ. ๑๑๙๙ (พ.ศ. ๒๓๘o ) พระยาหาญเจ้าเมืองพานคนแรกจึงได้ทำการบูรณปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่จากซากเดิม จนในสมัยพญาไชยชนะสงคราม เจ้าเมืองพานคนที่ ๓ ได้ร่วมศรัทธา ๓ หมู่ ร่วมกันบูรณาพระธาตุขึ้นมาใหม่ให้ใหญ่กว่าเดิม แล้วบรรจุพระมหาชินธาตุเอาไว้มีประเพณีสรงน้ำพระธาตุในวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๘ เหนือ 

          การเดินทาง : จากอำเภอแม่สรวยใช้ทางหลวงหมายเลข ๑๑๘ ย้อนกลับไปที่ทางแยกเชียงราย – แม่สรวย อำเภอแม่ลาวเลี้ยวขวาเข้าทางหลวงหมายเลข ๑ ถนน เชียงราย – พะเยา มุ่งสู่อำเภอพานข้ามสะพานข้ามแม่น้ำลาว ผ่านบ่อน้ำพุร้อนห้วยทรายขาว เข้าเขตอำเภอพาน เลี้ยวขวาเข้าถนนสายในตรงแยกวัดไชยมงคล เข้าไปประมาณ ๓oo เมตรจะพบทางเข้าพระธาตุจอมแว่ฝั่งขวามือ รวมรายการทั้งสิ้นประมาณ ๔๙ กิโลเมตร 

          ความเชื่อในการไหว้ พระธาตุดอยจอมแว่ 

          - ความหมายนัยยะที่ 1 แว่เป็นภาษาเหนือ แปลว่า แวะถ้าผู้ใดผ่านมาแวะกราบไหว้บูชาก็จะแคล้วคลาดปลอดภัยจากสิ่งเลวร้ายทั้งปวง 

          - ความหมายนัยยะที่ 2 แว่ เปรียบเหมือนเสียงเริ่มพูด เริ่มเจรจา ถ้าได้กราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานการเจรจาธุรกิจจะประสบผลสำเร็จ 

          คำบูชาพระธาตุ

          อะหัง วันทามิ มหาชินะ เกศา ธาตุโย
          พุทธรูปัง โคตมัง อะหัง วันทามิ

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
chiangraifocus.com

Tags: ,
May 13

          อำเภอเมืองเชียงราย เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงรายตั้งอยู่ทางตอนกลางของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอและจังหวัดข้างเคียง ดังนี้…

          ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอแม่จัน 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเวียงเชียงรุ้งและอำเภอเวียงชัย 
          ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเทิง อำเภอป่าแดด อำเภอพาน และอำเภอแม่ลาว 
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอแม่สรวย และอำเภอแม่อาย (จังหวัดเชียงใหม่)

คำขวัญ

          เมืองพญามังราย สายใยน้ำกก พระหยกล้ำค่า ไร่แม่ฟ้าหลวงรวมใจ น้ำตกใสขุนกรณ์

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอเมืองเชียงรายแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 16 ตำบล 256 หมู่บ้าน ได้แก่

          1. เวียง (Wiang) 5 หมู่บ้าน      
          2. รอบเวียง  (Rop Wiang)  7 หมู่บ้าน     
          3. บ้านดู่  (Ban Du)  19 หมู่บ้าน     
          4. นางแล  (Nang Lae)  14 หมู่บ้าน     
          5. แม่ข้าวต้ม  (Mae Khao Tom)  23 หมู่บ้าน      
          6. แม่ยาว  (Mae Yao)  18 หมู่บ้าน     
          7. สันทราย  (San Sai)  11 หมู่บ้าน      
          8. แม่กรณ์  (Mae Kon)  13 หมู่บ้าน     
          9. ห้วยชมภู  (Huai Chomphu)  11 หมู่บ้าน
          10. ห้วยสัก  (Huai Sak)  29 หมู่บ้าน 
          11. ริมกก  (Rim Kok)  11 หมู่บ้าน 
          12. ดอยลาน  (Doi Lan)  20 หมู่บ้าน 
          13. ป่าอ้อดอนชัย  (Pa O Don Chai)  21 หมู่บ้าน
          14. ท่าสาย  (Tha Sai)  13 หมู่บ้าน 
          15. ดอยฮาง  (Doi Hang)  8 หมู่บ้าน
          16. ท่าสุด  (Tha Sut)  11 หมู่บ้าน

ประวัติความเป็นมา 

          กษัตริย์ในราชวงศ์ละวะจักรราช (บางตำนานเรียกลาวจักรราช) ได้สืบสันติวงศ์ต่อจากปฐมกษัตริย์ผู้สร้างเมืองหิรัญนครยาง จนถึงเชื้อพระวงศ์พระนามว่า ลาวเมง หรือลาวเมือง ซึ่งต่อมาได้อภิเษกสมรสกับนางอั้งมิ่ง หรือนางเมพคำยาย(หรือนางเทพคำข่าย) และมีพระโอรสประสูติในปี พ.ศ.1781 พระนามว่า เจ้าเม็งราย (หรือเจ้ามังราย) ซึ่งได้ครองราชย์ต่อจากพระบิดาเมื่อปี พ.ศ.1804 และได้มีดำริที่จะรวมเมืองน้อยใหญ่ในแคว้นล้านนา (ภาคเหนือตอนบน)ให้เป็นหนึ่งเดียว จึงได้ยกทัพไปเจริญสัมพันธ์ไมตรีและปราบปรามหัวเมืองต่างๆ และในช่วงที่ไปหัวเมืองฝ่ายใต้ เมื่อไปถึงดอยจอมทอง ริมน้ำกก เห็นเป็นชัยภูมิดี เหมาะแก่การป้องกันการรุกรานของทัพเม็งโกลที่กำลังแผ่อำนาจเข้าครองยูนนาน พม่า และตังเกี๋ย จึงทรงสร้างเมืองใหม่เป็นศูนย์กลางของแคว้นหิรัญนครเงินยางแทนเมืองยาง และตั้งชื่อเมืองใหม่ว่า “เมืองเชียงราย”

          ในพ.ศ.2385 เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน ได้ขอพระราชทานตั้งเมืองใหม่ต่อพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว และเมืองเชียงรายซึ่งถูกทิ้งร้างไปเมื่อครั้งพระยากาวิละทำสงครามกับพม่ ก็ได้รับการฟื้นฟู อีกครั้งหนึ่ง แต่เป็นเมืองบริวารของเชียงใหม่ ต่อมาได้มีประกาศเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ให้รวมเมืองเชียงราย เมืองเชียงแสน เมืองฝาง เมืองพะเยา เวียงป่าเป้า แม่ใจ ดอกคำใต้ แม่สรวย เชียงคำ เชียงของ ตั้งเป็นหัวเมืองจัตวา เรียกว่า “เมืองเชียงราย” อยู่ในมณฑลพายัพ จนกระทั่งถึงสมัยรัชกาลที่ 6 ก็ได้ยกเลิกการปกครองแบบมณฑล เทศาภิบาล และมีประกาศตั้งเมืองเชียงราย เป็นจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่นั้นมา
 

สถานที่ท่องเที่ยว

          อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช 

          อนุสาวรีย์พ่อขุนเม็งรายมหาราช อยู่ที่ห้าแยกพ่อขุน พ่อขุนเม็งรายเป็นโอรสของพญาลาวเม็งแห่งราชวงศ์ลัวะ จังคราช กษัตริย์ผู้ครองเมืองหิรัญนครเงินยางเชียงแสน กับพระนางอั้วมิ่งจอมเมือง ประสูติเมื่อ วันอาทิตย์ แรม 9 ค่ำ เดือนอ้าย ปีกุน เอกศกจุลศักราช 601 ตรงกับพุทธศักราช 1782 และเสด็จสวรรคตที่เมืองเชียงใหม่ในปี พ.ศ. 1854 รวมพระชนมายุได้ 72 พรรษา พ่อขุนเม็งรายได้สร้างเมืองเชียงรายขึ้นบนดอยทอง จากรากฐานเดิมที่เคยเป็นเมืองมาก่อน เมื่อปี พ.ศ. 1805 ทรงเป็นปฐมกษัตริย์ แห่งราชวงศ์มังราย และรวบรวมบ้านเล็กเมืองน้อยเข้าเป็นอาณาจักรล้านนาไทยจนเจริญรุ่งเรืองจวบจนปัจจุบัน

 

          วัดพระสิงห์ 

          เป็นพระอารามหลวงชั้นตรี ชนิดสามัญ เป็นวัดที่มีความเก่าแก่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้ามหาพรหม ผู้เป็นพระอนุชาของพระเจ้ากือนากษัตริย์เชียงใหม่ พระเจ้ามหาพรหมได้มาครองเมืองเชียงรายระหว่างปี พ.ศ. 1888-1943 ได้สร้างวัดแห่งนี้ขึ้นเมื่อในปี พ.ศ. 1928 ต่อมาได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์มาจากเมืองเชียงใหม่และได้ประดิษฐานอยู่ที่วัดนี้เป็นเวลา 20 วัดนี้จึงมีชื่อเรียกสืบต่อกันมาว่าวัดพระสิงห์ ครั้นเมื่อพระเจ้ากือนากษัตริย์เมืองเชียงใหม่สวรรคต พระเจ้าแสนเมืองมาได้ขึ้นครองเมืองเชียงใหม่แทน พระเจ้ามหาพรมจึงยกทัพไปตีเมืองเชียงใหม่แต่ไม่สำเร็จ พระเจ้าแสนเมืองมาจึงได้ยกทัพกลับมาตีเมืองเชียงรายได้ และได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์กลับสู่เชียงใหม่โดยตังประดิษฐ์ไว้ที่วัดพระสิงค์จังหวัดเชียงใหม่จนถึงปัจจุบัน ส่วนพระเจ้าแสนเมืองมาก็ต้องหนีมาอาศัยอยู่ที่เมืองกำแพงเพชร 

          ภายในวัดมีพระอุโบสถแบบล้านนาที่มีความงดงาม และได้รับการบูรณะต่อๆ กันมา จนครั้งล่าสุดได้รับการบูรณะเมื่อปี พ.ศ. 2533 ประตูพระอุโบสถใหม่มีลวดลายที่งดงามมาก

          การเดินทาง ใช้เส้นทางเดียวกับการไปวัดพระแก้ว แต่อยู่ถึงก่อนวัดพระแก้ว วัดพระสิงห์อยู่ทางด้านซ้ายมือตรงข้ามกับสำนักงาน ททท ภาคเหนือเชียงราย

 

 

          วัดพระแก้ว

          วัดพระแก้วเป็นจุดที่ค้นพบพระแก้วมรกต และเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตเป็นเวลา 45 ปี ก่อนที่จะเอิญไปยังเชียงใหม่ วันนี้แต่เดิมวัดนี้มีชื่อว่า “วัดป่าเยี้ย” หลังพระอุโบสถมีเจดีย์อยู่องค์หนึ่งซึ่งได้พังลงมาแล้วได้พบพระพุทธรูปลงรักปิดทององค์หนึ่งตกลงมาจากเจดีย์จึงได้อัญเชิญไปไว้วิหารหลวงได้ 2 เดือน ต่อมาปูนกระเทาะออกจึงเห็นเป็นแก้วสีเขียวทั้งองค์ หลังจากนั้นวัดนี้จึงเรียกสืบต่อกันมาว่า วัดพระแก้ว ปัจจุบันเจดีย์องค์ดังกล่าวได้รับการบูรณะใหม่เป็นเจดีย์หุ้มทองจังโก๋เหลืองอร่ามทั้งองค์ 

          พระอุโบสถ์ ในวัดพระแก้วมีความงดงามมาก ในปัจจุบันเป็นที่ประดิษฐานของพระประธาน คนเชียงรายเรียกกันว่า พระเจ้าล้านทอง เป็นพระศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเชียงรายเคารพนับถือเป็นอันมาก แต่เดิมนั้นประดิษฐานอยู่ที่วัดพระเจ้าล้านทอง ต่อมามีสภาพเป็นวัดร้างจึงได้อัญเชิญมาประดิษฐานที่วัดดอยงำเมือง และได้อัญเชิญมาประดิษฐานเป็นพระประธานที่วัดพระแก้วเมื่อปี 2504

          พระแก้วหยก เป็นพระพุทธรูปหยกที่คณะสงฆ์และพุทธศาสนิกชนชาวเชียงรายร่วมกันสร้างขึ้นเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีมีพระชนมายุครบ 90 พรรษา เมื่อวันที่ 21 ต.ค. 2533 โดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงประกอบพิธีพุทธาภิเษก ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม เมื่อวันที่ 20 ก.ย. พ.ศ. 2534 ชาวเชียงรายได้อัญเชิญมาประดิษฐานหอพระ ณ วัดพระแก้ว เรียกว่า พระหยกเชียงราย ปัจจุบัน วัดพระแก้วมีฐานะเป็นพระอารามหลวงชั้นตรีชนิดสามัญ โดยได้รับพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกฐานะเป็นพระอารามหลวงเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม พ.ศ. 2521 

          การเดินทาง เมื่อถึงห้าแยกพ่อขุนเม็งรายกลางตัวเมืองเชียงรายให้เลี้ยวซ้ายไปตามถนนสิงหไคล แล้วตรงไปเรื่อยๆ จนสุดทางสามแยกให้เลี้ยวซ้ายไปประมาณ 100 เมตร จะเห็นวัดพระแก้วอยู่ทางขวามือ 

 

 

          วัดพระธาตุดอยจอมทอง 

          ที่ตั้ง วัดดอยทอง หรือวัดพระธาตุดอยจอมทอง ตำบลเวียง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย โทร o ๕๓๗๑ - ๖๖o๕๕ มีครูวินัยธรสุรัตน์เป็นเจ้าอาวาส

          ประวัติพระธาตุ พระธาตุจอมทองเป็นมงคลนามแห่งเมืองเชียงราย เดิมเป็นวัดเก่าแก่สันนิษฐานว่ามีมาก่อนที่พ่อขุนเม็งรายจะมาพบพื้นที่และสร้างเป็นเมืองเชียงราย ในปี พ.ศ. ๑๘o๕ ตามหลักฐานปรากฏในหนังสือพงศวดารโยนกของพระยาประชากรจักรกล่าวว่า เมื่อพระพุทธศาสนาล่วงแล้ว ๙๕๖ พรรษามีพระเถระเจ้ารูปหนึ่งนามพระพุทะโฆษา เป็นชาวโกศลเมื่อสุธรรมวดี (สะเทิ้ม) ในสามัญประเทศได้ออกไปสู่เมืองลังกาทวีปนำคัมภีร์พระไตรปิฏก แห่งลังกาทวีปมาสู่สามัญทวีปและพุกามประเทศ และเข้ามาสู่โยนกนครไชยบุรีศรีเชียงแสน ในวันจันทร์ขึ้น ๘ ค่ำเดือน ๖ ปีชวด มหาศักราชได้ ๓๓๕ (พ.ศ. ๑๔๘๓) นำพระบรมสารีริกธาตุ ๓ ขนาดรวม ๑๖ องค์ ถวายแก่พระเจ้าพังคราช เจ้าเมืองโยนกนาคพันธ์ พระองค์ได้แบ่งได้แบ่งเป็นพระธาตุขนาดใหญ่หนึ่ง ขนาดกลางสองรวมสามองค์ส่งให้พญาเรือนแก้ว เจ้าเมืองไชยนารายณ์ (บริเวณอำเภอเวียงชัยในปัจจุบัน) ส่วนหนึ่งบรรจุลงมหาสถูปบนดอยทอง ขนานนามว่าพระธาตุดอยจอมทอง เพื่อเป็นมงคลนามของเมืองมีพิธีสงน้ำพระธาตุทุกวันขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๓ (เดือน ๕ เหนือ)

          การเดินทาง จากห้าแยกพ่อขุนเม็งรายมหาราช เข้าถนนอุตรกิจไปจนถึงสี่แยกพหลโยธิน (สายใน) เลี้ยวขวาผ่านหน้ากองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย และสถานีตำรวจภูธรจังหวัดเชียงราย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนสิงหไคล ผ่านองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงรายและการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยสำนักงานภาคเหยือเขต ๒ ตรงไปจนถึงปากทางเข้าศาลากลางจังหวัดเชียงราย เลี้ยวซ้ายเข้าถนนไตรรัตน์ ผ่านวัดพระแก้ว เลี้ยวขวาผ่านโรงเรียนเชียงรายวิทยาคม เลี้ยวขวาอีกครั้งหนึ่งขึ้นดอยทองผ่านวัดงำเมืองไปประมาร ๓๕o เมตร ก็จะถึงปากทางขึ้นพระธาตุดอยจอมทอง   

 

 

          วัดร่องขุ่น 

          วัดร่องขุ่น ตั้งอยู่ที่ บ้านร่องขุ่น ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย 57000 ตั้งอยู่ กม.ที่ 817 ก่อนถึงตัวเมือง 12 กม. ออกแบบและสร้างโดยอาจารย์เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน ์ศิลปินที่มีชื่อเสียงของไทยสร้างขึ้นด้วยแรงปณิธานที่มุ่งมั่น รังสรรค์งานศิลปะที่งดงามแปลกตาผสานวัฒนะธรรมล้านนาอย่างกลมกลืน ทั้งลวดลายปูนปั้นประดับกระจกและจิตรกรรรมฝาผนังขนาดใหญ่ ลักษณะเด่นของวัดคือ พระอุโบสถถูกแต่งด้วยลวดลายกระจกสีเงินแวววาวเป็นเชิงชั้นลดหลั่นกันไป หน้าบันประดับด้วยพญานาคมีงวงงาดูแปลกตาน่าสนใจมาก ภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในพระอุโบสถเป็นฝีมือภาพเขียนของอาจารย์เอง

          การเดินทาง : ถนนสายเชียงราย-กรุงเทพฯ ถ้ามาจากกรุงเทพหรือเชียงใหม่จะอยู่ก่อนถึงตัวเมือง ๑๓ ก.ม ตรงหลัก ก.ม ที่ ๘๑๖ ถนนพลหลโยธิน (หมายเลข ๑ / A๒ ) เลี้ยวเข้าไปประมาณ ๑oo เมตร จะมีป้ายบอกเป็นระยะๆ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : วัดร่องขุ่น โทรศัพท์ o ๕๓๖๗ ๓๕๗๙ สำนักงาน ททท. ภาคเหนือเขต ๒ โทรศัพท์ o ๕๓๗๑ ๗๔๓๓  

 


 

          พิพิธภัณฑ์อูปคำ 

          อยู่ที่ถนนหน้าค่า เป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกอันล้ำค่าของอาณาจักรล้านนาโบราณ และความหลากหลายของเสื้อผ้า และอาภรณ์ของชนชาติไตเผ่าต่างๆ ในอาณาจักรล้านนา และด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะอนุรักษ์ความเป็นมาอันยิ่งใหญ่ของชาวล้านนา ทำให้ อาจารย์จุลศักดิ์ สุริยะไชย ได้จัดตั้งพิพิธภัณฑ์อูบคำขึ้นมาด้วยแรงกาย แรงใจ และทุนทรัพย์ เพื่อเป็นศูนย์อนุรักษ์มรดกล้ำค่าของอานาจักรล้านนาโบราณ เก็บของมีค่าสมัยล้านนาที่กระจายอยู่ในที่ต่างๆ ให้คืนกลับสู่แผ่นดินไทย และเพื่อให้อนุชนรุ่นหลังได้ศึกษาถึงความเป็นมาของบรรพบุรุษต่อไปในอนาคต เช่น เครื่องใช้ในราชสำนักล้านนา เครื่องใช้ในราชสำนักคุ้มเจ้าต่างๆ ในล้านนา ผ้าโบราณอายุ 200 ปี พระพุทธรูป และบัลลังค์ของเจ้าฟ้าในสมัยโบราณที่สมบูรณ์ที่สุดอีกด้วย ฯลฯ

          โดยคำว่า อูบคำ เป็นชื่อที่มาจากอูบทองคำที่อาจารย์จุลศักดิ์ได้รับเป็นมรดกตกทอดจากบิดา ซึ่งสืบเชื้อสายจากพระยาสุลวฤาชัย (หนานทิพย์ช้าง) เจ้านครลำปาง (พ.ศ. 2275-2301) และใช้ชื่อดังกล่าวต่อเนื่องมาถึงปัจจุบัน 

          สำหรับพิพิธภัณฑ์อูบคำ เปิดบริการให้เข้าชมทุกวัน ตั้งแต่เวลา 08.00 น. - 18.00 น. อัตราค่าเข้าชม คนไทย ผู้ใหญ่ 100 บาท เด็ก 50 บาท ชาวต่างชาติ ผู้ใหญ่ 200 บาท เด็ก 100 บาท  

 

          พิพิธภัณฑ์ชาวเขา

          อยู่ที่ถนนธนาลัยดำเนินงานโดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนจังหวัดเชียงราย จัดแสดงและจัดฉายสไลด์ โชว์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัตถุสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ชุดแต่งกายประจำเผ่า รวมทั้งข้อมูลที่น่ารู้เกี่ยวกับชาวไทยภูเขา 6 เผ่า คือ อาข่า ลีซอ กะเหรี่ยง มูเซอ เย้า และม้ง เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน เวลา 10.00-20.00น.เก็บค่าเข้าชมคนละ 50 บาท โทร. 053 - 711475 กด 301

 

 

          กู่พระเจ้าเม็งราย  

          ตั้งอยู่หน้าวัดงำเมือง บนดอยงำเมือง ในเขตเมืองเชียงราย กู่นี้เป็นอนุสาวรีย์สำคัญแห่งหนึ่ง เพราะเป็นที่บรรจุอัฐิพ่อขุนเม็งรายมหาราช ตามประวัติกล่าวว่า พระเจ้าชัยสงคราม ราชโอรสพระเจ้าเม็งรายเมื่อได้มอบราชสมบัติให้พระเจ้าแสนภูราชโอรส ให้ขึ้นครองนครเชียงใหม่แล้ว พระองค์ก็นำอัฐิพระราชบิดามาประทับอยู่ที่เมืองเชียงราย และได้โปรดเกล้าฯ สร้างกู่บรรจุอัฐิของพระราชบิดาไว้ ณ ดอยงำเมืองแห่งนี้ 

 

          สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ เชียงราย  

          สวนสมเด็จพระศรีนครินทร์ฯ เชียงราย  ตั้งอยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงราย ประมาณ 8 กม. บนเส้นทางเชียงราย – แม่จัน เข้าไปทางด้านหลังสถาบันราชภัฏเชียงราย ภายในสวนมีทัศนียภาพสวยงาม บรรยากาศร่มรื่นในเนื้อที่ 620 ไร่ มีหนองบัวที่กว้างขวางถึง 223 ไร่ เป็นที่ทำให้สถานที่แห่งนี้น่าไปพักผ่อนหย่อนใจ เพราะน้ำในหนองบัวใสเย็นและปริ่มตลอดปี บนพื้นที่รอบหนองบัว เป็นที่ตั้งของพลับพลา ศาลาตากแดด อาคารต่าง ๆ การตกแต่งบริเวณสวยงามด้วย วงเวียนดอกไม้ พื้นที่ลาดเนินเขา ประกอบด้วย สวนไผ่และสวนปาล์ม 

 

          น้ำแม่กก  

          เป็นแม่น้ำที่ไหลผ่านตัวเมืองเชียงราย มีความยาวรวมทั้งสิ้น 130 กม. นักท่องเที่ยวสามารถเช่าเรือจากท่าเรือแม่น้ำจากตัวเมือง เพื่อท่องเที่ยวชมทัศนียภาพของแม่น้ำกก ซึ่งสองฟากฝั่งเป็นป่าเขาที่สวยงามตามธรรมชาติ นอกจากนี้ยังสามารถแวะชมหมู่บ้านชาวเขาต่าง ๆ เช่น อีก้อ ลีซอ กะเหรี่ยง ฯลฯ หรือจะแวะปางช้าง เพื่อนั่งช้างเที่ยวป่ารอบบริเวณนั้นก็ได้ อัตราค่าเช่า เหมาเรือขึ้นอยู่กับระยะทาง 

 

          พระธาตุแม่แอบ 

          พระธาตุแม่แอบ เป็นพระธาตุที่ตั้งอยู่บนสันเขาแม่แอบ ติดลำน้ำกกท้องที่บ้านดอยฮางนอก หมู่ที่ 3 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย ประมาณ 10 กม. เดิมชาวบ้านที่อาศัยอยู่บริเวณที่ตั้งตัวพระธาตุเล่าขานกันว่า มีปรากฎการณ์ลำแสงลอยขึ้นมาบริเวณที่ตั้งตัวพระธาตุในเวลากลางคืนจำนวนหลายดวง จึงได้พากันไปสำรวจพบพระธาตุองค์เดิมที่ชำรุดทรุดโทรมอยู่ จึงไสด้ร่วมกันปฏิสังขรณ์และสร้างพระธาตุองค์ใหม่ขึ้นครอบพระธาตุองค์เดิมไว้ และได้อัญเชิญพระหยกที่ขุดได้บริเวณนั้นมาประดิษฐานในตัวพระธาตุ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวนิยมเดินทางมาสักการะบูชาอยู่เป็นประจำ นอกจากนี้ บริเวณที่ตั้งพระธาตุยังเป็นจุดชมวิวลำน้ำกกที่สวยงามอีกแห่งหนึ่งด้วย 

 

          พระธาตุกองข้าว 

          เป็นพระธาตุที่ตั้งอยู่เทือกเขาหินปูนรูปกองข้าว ติดลำน้ำกก ท้องที่บ้านฮ่องอ้อ หมู่ที่ 2 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ห่างจากอำเภอเมืองเชียงรายประมาณ 6 กม. ภายในตัวพระธาตุมีถ้ำที่เคยเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์เป็นจำนวนมาก ต่อมาในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ได้มีคนลักขโมยขุดเอาพระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ไปหมด คงเหลือแต่ความสวยงามของโพรงถ้ำที่มีหินงอกหินย้อยให้ชมอยู่เช่นเดิม ต่อมาชาวบ้านแม่แอบได้นำพระพุทธรูปขึ้นไปประดิษฐานบนยอดเขาและทำทางเดินเท้าขึ้นไปถึงยอดเขา เพื่อให้ชาวบ้านได้ไปสักการะพระพุทธรูปและชมวิวลำน้ำกกที่สวยงาม นอกจากนี้ บริเวณพระธาตุยังเป็นที่ตั้งของสำนักวิปัสสนากัมฐานของพระสงฆ์, แม่ชีและชาวบ้านที่มีความเลื่อมใสทางศาสนาที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงรายด้วย 

 

          น้ำพุร้อนห้วยหมากเลี่ยม 

          น้ำพุร้อนห้วยหมากเลี่ยม เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติมีอุณหภูมิความร้อนประมาณ 67 อาศาเซลเซียส มีที่ตั้งอยู่ภายในวงอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว – บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม ท้องที่บ้านผาเสริฐพัฒนา หมู่ที่ 6 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย ประมาณ 20 กม. สามารถเดินทางโดยรถยนต์, รถจักรยานยานต์ด้วย ทางลาดยางตลอดสายหรือเดินทางโดรทางเรือจากท่าเรือสะพานแม่ฟ้าหลวง ขึ้นไปตามลำน้ำกกประมาณ 20 นาที ก็ถึงท่าเรือบริเวณน้ำพุร้อนได้ บริเวณที่ตั้งของน้ำพุร้อนเป็นที่ราบใต้ร่มไม้ติดลำน้ำกก เนื้อที่ประมาณ 500 ไร่ มีบึงบัวที่มีดอกบัวขึ้นอย่างสวยงาม มีกระโจมอาบน้ำแร่ธรรมชาติแบบกลางแจ้งบริการฟรีให้กับนักท่องเที่ยว บริเวณที่ราบสามารถกางเต็นท์นอนหรือจัดแคมป์ปิ้งเป็นหมู่คณะ ปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวมาเที่ยวเป็นจำนวนมากตลอดปี ทั้งนี้ องค์การบริหารส่วนตำบลดอยฮาง ร่วมกับวนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว – บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม ได้ก่อสร้างห้องอาบน้ำแร่มาตรฐานบริการให้กับนักท่องเที่ยว จำนวน 20 ห้อง  

 

          น้ำตกห้วยแก้ว 

          เป็นน้ำตกธรรมชาติที่เกิดจากลำน้ำห้วยแก้วที่มีต้นกำเนิดอยู่ในเขตตำบลห้วยชมภู มีที่ตั้งอยู่ในท้องที่บ้านโป่งน้ำร้อน หมู่ที่ 7 ตำบลดอยฮาง อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ห่างจากอำเภอเมืองเชียงราย ประมาณ 24 กิโลเมตร สามารถเดินทางโดยรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ ด้วยถนนลาดยางประมาณ 18 กม. และถนนลูกรังอีก 6 กม. และเดินทางด้วยเท้าอีก 300 เมตร ก็จะถึงตัวน้ำตก สภาพภูมิประเทศบริเวณที่ตั้งตัวน้ำตกเป็นป่าไม้ที่มีความอุดมสมบูรณ์หลากหลายพันธุ์ น้ำตกมี 3 ชั้น ลดหลั่นลงมาตามหน้าผาที่สูงชัน มีน้ำไหลแรงตลอดปี

          นอกจากนี้บริเวณใกล้เคียงที่ตั้งน้ำตกก็มีหมู่บ้านชาวเขาอาศัยอยู่หลายเผ่าที่ยังรักษาขนบธรรมเนียมประเพณีของชนเผ่าดั้งเดิมของตนเองไว้อยู่ มีบ้านพักแบบ Home Stay ให้เช่าพักอาศัยอยู่ใกล้บริเวณน้ำตก ทั้งนี้ ยังมีไร่ชา, สวนผลไม้เมืองหนาวที่สวยงามให้ชมบริเวณใกล้เคียงอีกด้วย ปัจจุบันองค์การบริหารส่วนตำบลดอยฮางได้ปรับเกรดเส้นทางที่เป็นถนนลูกรังให้สามารถเดินทางเข้าไปเที่ยวน้ำตกห้วยแก้วได้สะดวกตลอดปี 
 

          สวนน้ำพุร้อนโป่งพระบาท 

          สวนน้ำพุร้อนโป่งพระบาท เลี้ยวซ้ายทางตลาดบ้านดู่เข้ามาประมาณ 2 ก.ม. เป็นน้ำพุร้อนธรรมชาติโดยค้นพบในปี พ.ศ.2500 มีอุณหภูมิ 60 องศาเซลเซียส เป็นที่ราบริมฝั่งน้ำของห้วยป่าซางและห้วยข่า ลักษณะพื้นที่เป็นที่ราบมีการทับถมปรับระดับของพื้นที่ด้วยดินลูกรัง มีดงไมยราพยักษ์ และแอ่งน้ำ เป็นแหล่งท่องเที่ยวธรรมชาติอยู่ใกล้แห่งชุมชนและอยู่ห่างจากตัวจังหวัดเชียงราย 8 กิโลเมตรมีน้ำพุร้อนธรรมชาติสามารถใช้น้ำพุร้อนต่อไปได้อีกไม่น้อยกว่า 50 ปี บริเวณที่พบน้ำพุร้อน บริเวณน้ำพุร้อนมีการจัดสวนและบริการห้องอาบน้ำแร่ให้กับนักท่องเที่ยว บริเวณที่ตั้งสวนน้ำพุร้อนโป่งพระบาทตั้งอยู่ที่บ้านโป่งพระบาท หมู่ที่ 6 ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย ครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด 20 – 30 ไร่ หน่วยงานรับผิดชอบคือ องค์การบริหารส่วนตำบลบ้านดู่  

 

          วนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท 

          เดิมเป็นแหล่งท่องเที่ยวของราษฎรในท้องถิ่น กรมป่าไม้ได้จัดสรรงบประมาณมาให้จัดตั้งอุทยานเมื่อปี พ.ศ.2523 วนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาทตั้งอยู่ในท้องที่บ้านหัวฝาย ต.บ้านดู่ อ.เมือง สถานที่เป็นหุบเขาล้อมรอบด้วยภูเขาสูง สูงจากระดับน้ำทะเลประมาณ 500 - 1,000 เมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ห่างไกลจากตัวเมืองเมือง 

 

          พระธาตุจอมสัก 

          ที่ตั้ง วัดพระธาตุจอมสัก ตำบลบ้านดู่ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย โทร. o ๕๓๗o ๓๑๙๖ มีพระอธิการอภิเดช เป็นเจ้าอาวาส

          ประวัติพระธาตุ พระธาตุจอมสักเดิมชื่อ พระธาตุดอยบ้านยาง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากแม่น้ำกกมากนัก สร้างขึ้นในสมัยโยนกไชยบุรีศรีเชียงแสน จนถึงสมัยพระเจ้าพังคราช กษัตริย์แห่งราชวงค์โยนก องค์ที่ ๒๔ ได้มีพระเถระองค์หนึ่งชาวโกศล เมืองสุธรรมาวดี นามพระพุทธโฆษาจารย์ ได้นำพระบรทสารีริกธาตุจากประเทศลังกามาถวายพระองค์จำนวน ๑๖ องค์ พระเจ้าพังคราชทรงโปรดให้แบ่งพระธาตุออกเป็น ๓ ส่วน ส่วนหนึ่งประดิษฐานอยู่บนพระธาตุดอยจอมทอง ส่วนที่สองประดิษฐานอยู่บนพระธาตุจอมกิติ และส่วนที่สามนำมาประดิษฐานที่พระธาตุดอยบ้านยาง ต่อมา พ.ศ. ๒๔๙o พระครูบาคำหล้า สังวโร ได้เป็นประธานในการบูรณะพระธาตุองค์ใหม่ โดยสร้างครอบพระธาตุองค์เดิมไว้และได้สร้างวิหารเรือไว้สักยกใต้ถุนหลังหนึ่ง และได้เปลี่ยนชื่อมาเป็นพระธาตุจอมสักจนถึงทุกวันนี้

          การเดินทาง จากอำเภอแม่จันใช้ถนนเชียงราย-แม่สาย (ทางหลวงหมายเลข ๑ ) ลงใต้สู่อำเภอเมือง ผ่านตลาดบ้านดู่ ปากทางเข้าท่าอากาศยานเชียงราย ห้างสรรพสินค้าแมคโคร พบยูเทริ์นแรกเลี้ยวขวา เข้าปากทางเข้าพระธาตุจอมสักพอดีเข้าไปอีกประมาณ ๔oo เมตร รวมระยะทางประมาณ ๒๕ กิโลเมตร 

          หนองคือเวียง 

          ตั้งอยู่ในหมู่ที่ 18 (บ้านป่าตึงงาม) และหมู่ที่ 15 (บ้านหล่ายลาว) ตำบลป่าอ้อดอนชัย อำเภอเมืองเชียงราย จังหวัดเชียงราย เนื้อที่ 108 ไร่ 2 งาน 50 ตารางวา มีหลักฐานเป็น น.ส.ร. เลขที่ ชร 1007 พื้นที่เป็นพื้นที่ขนาดใหญ่และมีภูเขา ซึ่งเป็นที่สูง 

          ที่มาเริ่มแรกชื่อ หนองสามขา มาจากเมื่อฤดูฝน ฝนตกชุกมีน้ำหลาก น้ำจะไหลหลากมาจากช่องเขา ซึ่งเป็นที่สูงไหลจากช่องเขา 3 สาย ไหลมาบรรจบกันลงสู่หนองน้ำขนาดใหญ่ จึงได้ตั้งชื่อว่า หนองสามขาและต่อมาชาวบ้านตำบลป่าอ้อดอนชัย ได้ร่วมกันพัฒนา (เมื่อวันที่ 20 พฤศจิกายน 2516) เพื่อเป็นแหล่งน้ำขนาดใหญ่ใช้ประโยชน์สำหรับพื้นที่ไร่นา เพื่อทำกสิกรรมและเกษตรกรรมในตำบลป่าอ้อดอนชัย ทำการประมงและใช้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวเพื่อพักผ่อนหย่อนใจ และเปลี่ยนชื่อเป็น หนองคือเวียง เนื่องจากบนภูเขาที่ราบสูงได้พบหลักฐานมี คือเวียง ปรากฏอยู่ ปัจจุบันมีนกเป็ดน้ำอาศัยอยู่เป็นจำนวนนับพันตัว

 

          น้ำตกห้วยแม่ซ้าย 

          น้ำตกห้วยแม่ซ้าย ตั้งอยู่ในเขตบ้านห้วยแม่ซ้าย หมู่ที่ 11 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองเชียงราย ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 19 กม. โดยใช้เส้นทางร่องเสือเต้น – ห้วยขม เป็นถนนลาดยางจนถึงหมู่บ้านห้วยแม่ซ้าย ต่อจากนั้นเป็นถนนลูกรังอีกประมาณ 3 กม. น้ำตกเกิดจากลำห้วยแม่ซ้าย ซึ่งมีต้นน้ำอยู่ที่ดอยบ่อ น้ำตกจากหน้าผาสูงชันมีด้วยกันสองชั้น ชั้นที่หนึ่งมีความสูงประมาณ 15 เมตร ชั้นที่สองประมาณ 20 เมตร ชั้นที่หนึ่งอยู่ห่างจากชั้นที่สอง ประมาณ 100 เมตร บริเวณน้ำตกมีความร่มรื่นเย็นสบายเต็มไปด้วยต้นไม้น้อยใหญ่เหมาะแก่การท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นอย่างยิ่ง นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยทางรถยนต์ส่วนตัว รถยนต์โดยสาร หรือจะนั่งช้างตากหมู่บ้านห้วยแม่ซ้ายเข้าไปน้ำตกก็ได้ เส้นทางที่จะไปน้ำตกห้วยแม่ซ้าย จะผ่านบ้านห้วยแม่ซ้าย ซึ่งในหมู่บ้านมีชาวเขาเผ่าต่าง ๆ อาศัยอยู่ เช่น เย้าอาข่าว ลาหู่ และลีซอ 

          ทัวร์ช้างกระเหรี่ยงบ้านรวมมิตร 

          ตั้งอยู่บ้านรวมมิตร หมู่ที่ 2 ตำบลแม่ยาว อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองเชียงราย ประมาณ 19 กม. โดยใช้เส้นทางร่องเสือเต้น – ห้วยขม และต่อด้วยเส้นทางทรายมูล – รวมมิตร นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางโดยรถยนต์ส่วนตัว รถยนต์โดยสาร รถทัวร์ การเดินทางสะดวกสบายเพราะเป็นถนนลาดยาวจนถึงหมู่บ้าน หรือจะเดินทางโดยทางเรือก็ได้ มีท่าเทียบเรือสำหรับนักท่องเที่ยวที่มาจากจังหวัดเชียงใหม่ และตัวเมืองเชียงราย มีที่ขึ้นช้างติดกับแม่น้ำกก นักท่องเที่ยวสามารถนั่งช้างเที่ยวภายในหมู่บ้านเพื่อชมประเพณี ศิลปวัฒนธรรมและความเป็นอยู่ของชนเผ่าต่าง ๆ เช่น กระเหรี่ยง ลาหู่ อาข่า ตลอดจนซื้อของที่ระลึก ของฝากที่ทำโดยฝีมือของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ ที่มีไว้ให้บริการอย่างหลากหลาย นอกจากนั้นยังสามารถนั่งช้างทัวร์ป่า ไปเที่ยวน้ำตกห้วยแม่ซ้าย ระหว่างทางท่านจะได้ชมความงดงามของธรรมชาติ และสูดอากาศที่บริสุทธิ์ นอกจากนั้นยังผ่านหมู่บ้านของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ เช่น อาข่า ลาหู่ เย้า กระเหรี่ยง และจะได้เห็นขนบธรรมเนียมประเพณีวัฒนธรรมของชนเผ่าด้วย

  

          โบราณสถานถ้ำพระ 

          โบราณสถานถ้ำพระ อยู่ห่างจากตัวอำเภอเมืองเชียงราย ประมาณ 6 กม. ลักษณะเป็นภูเขาหินลูกเดียว สูงประมาณ 800 เมตร ตั้งอยู่ริมแม่น้ำกกตรงข้ามกับหาดเชียงราย ถ้านั่งเรือผ่านสามารถมองเห็นทัศนียภาพบริเวณโดยรอบภายนอกถ้ำ ภายในถ้ำพระมีพระพุทธรูปองค์ใหญ่เป็นพระประธาน และยังมีพระพุทธรูปบูชาอีกหลายองค์ นอกจากนี้ในถ้ำยังมีหินย้อยที่สวยงาม และมีค้างคาวอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก นอกจากถ้ำพระแล้วภายในภูเขาหินลูกนี้ยังมีถ้ำอื่น ๆ อีก คือ ถ้ำช้างล้วง ถ้ำลม และถ้ำหวาย 

        ถ้ำช้างล้วง 

          อยู่ทางทิศเหนือของภูเขาห่างจากถ้ำพระประมาณ 150 เมตร ภายในถ้ำจะเป็นลานโล่ง มีแสงสว่างเล็กน้อย มีลมพัดผ่านตลอดเวลา อากาศภายในเย็นสบายมาก ไม่อึดอัด เวลาเข้าเที่ยวชมต้องใช้เทียนหรือไฟฉายเพื่อเพิ่มแสงสว่างจะได้เห็นทัศนียภาพภายในถ้ำได้ชัดเจนและสวยงามยิ่งขึ้น

          ถ้ำลม 

          อยู่ห่างจากถ้ำช้างล้วงประมาณ 50 เมตร ซึ่งเป็นถ้ำที่ไม่ลึกมากมีแสงสว่างพอมองเห็นภายในถ้ำได้ และมีลมพัดแรงออกจากปากถ้ำตลอดเวลา

          ถ้ำหวาย 

          อยู่ห่างจากถ้ำลมประมาณ 10 เมตร ถ้ำลึกประมาณ 100 เมตร ทางเดินเข้าถ้ำค่อนข้างแฉะและมืดถ้าจะให้ดีต้องใส่รองเท้าบูชและควรมีอุปกรณ์ที่ให้แสงสว่าง เช่น ไฟฉาย เทียน เป็นต้น ภายในถ้ำเป็นลานกว้างมีหินย้อยที่สวยงามมาก
บริเวณถ้ำยังคงสภาพของธรรมชาติสวยสดงดงามมาก ซึ่งถ้ำต่าง ๆ อยู่ภายในภูเขาหินลูกเดียวกัน มีทางเดินรอบภูเขา เวลาเที่ยวชมจะเดินวนไปตามถ้ำต่าง ๆ พอสุดท้ายก็จะมาบรรจบที่ถ้ำพระซึ่งอยู่บริเวณด้านหน้าลานจอดรถ ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นการเที่ยวถ้าจะให้ทั่วถึงควรมีเวลาประมาณ 2 ชั่วโมง และควรเตรียมอุปกรณ์ในการเที่ยวให้พร้อม นอกจากนี้บริเวณถ้ำพระยังเป็นแหล่งประวัติศาสตร์ที่พระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 เคยเสด็จพระพาส เมื่อวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2469

 

          วัดงำเมือง 

          เป็นวัดที่เก่าแก่ที่มีความสำคัญเพราะเป็นที่ตั้งของกู่พญามังราย ที่ตั้ง อยู่ด้านหลังวัดพระแก้ว การเดินทาง รถยนต์ส่วนตัว จากวัดพระแก้ว เลี้ยวขวาที่สี่แยกเข้า ถ. เรืองนคร ซึ่งเป็นวัยเวย์ ไปประมาณ 500 ม. จะไปบรรจบ ถ.งำเมือง เป็นสามแยกศูนย์คมนาคม จากนั้นเลี้ยวขวา ขับตรงขึ้นวัดประมาณ 300 ม.

          ประวัติ แต่เดิมบนดอยงำเมืองมีเพียงกู่บรรจุพระอัฐิของพระยามังรายเท่านั้น ยังมิได้เป็นวัดแต่อย่างใด จนกระทั่งเมื่อปี พ.ศ. 2032 พระยาศรรัชฏากองเงินทรงสร้างวัดขึ้นและให้ชื่อว่า วัดงำเมือง ต่อมามีการบูรณะเพิ่มเติมอีกครั้งโดยเจ้าฟ้างำเมือง โอรสผู้ครองนครเชียงแสน โดยได้สร้างวิหารและเสนาสนะขึ้นในปี พ.ศ. 2220 หลังจากนั้นวัดงำเมืองก็ชำรุดทรุดโทรมลงเพราะขาดการทำนุบำรุง กลายเป็นวัดร้างมานาน จนกระทั่ง พ.ศ. 2495 จึงได้มีการบูรณะปฏิสังขรณ์ขึ้นมาใหม่ กลายเป็นวัดดังที่เห็นในปัจจุบัน  

เชียงราย

          ไร่แม่ฟ้าหลวง 

          ไร่แม่ฟ้าหลวง ตั้งอยู่เลขที่ 313 ม. 7 บ้านป่างิ้ว ต.เวียง อ.เมือง จ.เชียงราย (บริเวณเชิงสะพานแม่ฟ้าหลวง) เป็นอุทยานศิลปะและวัฒนธรรม บนเนื้อที่กว่า 150 ไร่ กลางเมืองเชียงราย เป็นที่เก็บรักษาศิลปะวัตถุอันล้ำค่าของวัฒนธรรมล้านนา ครั้งหนึ่งเคยเป็นสถานที่อบรมเยาวชนชาวเขาจากหมู่บ้านต่างๆ ในภาคเหนือ ปัจจุบันเป็นอุทยานศิลปะและวัฒนธรรมอันรื่นรมย์ด้วยหมู่ไม้นานาพรรณ ในพื้นที่ 150 ไร่ เหมาะสำหรับผู้แสวงหาความสงบเงียบและแรงบันดาลใจอันเกิดจากธรรมชาติ และศิลปวัฒนธรรมพื้นถิ่น สถานที่น่าสนใจในไร่แม่ฟ้าหลวง ประกอบด้วย…

          “หอคำ” สถาปัตยกรรมล้านนาซึ่งมีหลังคามุงด้วยแผ่นไม้สัก ชาวเชียงรายร่วมกันสร้างเพื่อ “ไหว้สาแม่ฟ้าหลวง” ถวายเนื่องในวโรกาสที่สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนีเจริญพระชนมายุ 84 พรรษา เมื่อปี พ.ศ. 2527 อันเป็นฝีมือช่างไม้พื้นบ้านในจังหวัดเชียงรายและแพร่ ภายในหอคำเป็นที่เก็บรวบรวมศิลปวัตถุและงานพุทธศิลป์ มีทั้งพระพุทธรูปแบบล้านนา พม่า และเครื่องไม้แกะสลักที่ในในการพระศาสนา เช่น สัตภัณฑ์ (เชิงเทียนไม้เก่าแก่) ตุงกระด้าง(ตุงหรือธงไม้) ฯลฯ โดยในหอคำมีพระพุทธรูปองค์สำคัญในหอคำ คือ พระเจ้าพร้าโต้ ซึ่งมีจารึกว่าสร้างในปี พ.ศ. 2236 โดยชาวบ้านซึ่งเพิ่งย้ายเข้ามาอยู่ในพื้นที่และยังไม่มีเครื่องมือที่เหมาะสมในการสลักเสลาพระพุทธรูปไม้ให้ประณีต จึงใช้เพียงมีดโต้เป็นเครื่องมือแกะสลักพระพุทธรูปมีลักษณะแข็งแรงและสง่างาม

          “หอคำน้อย” อาคารศิลาแลงหลังคาเป็นเกล็ดไม้สัก ที่เก็บภาพจิตรกรรมฝาผนังเขียนด้วยสีฝุ่นบนกระดานไม้สัก สันนิษฐานว่าเขียนขึ้นในช่วงต้นรัชกาลที่ 5 แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ โดยช่างเขียนชาวไทยลื้อ ภาพแสดงให้เห็นถึงความเป็นอยู่ การแต่งกาย และวัฒนธรรมล้านนาเมื่อกว่าร้อยปีมาแล้ว 

          “หอแก้ว” ซึ่งมีพื้นที่แบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนหนึ่งใช้เป็นที่ทำกิจกรรม เช่น การประชุมสัมมนา จัดเลี้ยง ฯลฯ มีระเบียงยื่นลงไปในสระน้ำกว้างใหญ่ เหมาะแก่การสังสรรค์อันรื่นรมย์ และปลอดโปร่งใจอีกส่วนหนึ่งเป็นพื้นที่จัดนิทรรศการ ทั้งนิทรรศการหมุนเวียน และนิทรรศการถาวร นิทรรศการถาวรเป็นนิทรรศการเกี่ยวกับไม้สัก ทั้งในด้านพฤกษศาสตร์ และในด้านเป็นวัสดุอันเลื่องชื่อสำหรับสร้างสรรค์งานศิลปะ 

          ไร่แม่ฟ้าหลวงเปิดทุกวันเวลา 08.00-18.00 น. (ยกเว้นวันจันทร์) ค่าเข้าชมคนไทย 150 บาท ต่างชาติ 200 บาท ทั้งนี้ ใครที่สนใจอยากไปชมความงามของไร่แม่ฟ้าหลวง ก็สอบถามรายละเอียดได้ที่ โทร. 0 5371 1968 โทรสาร 0 5371 2429 หรือ www.maefahluang.org 

          หอวัฒนธรรมนิทัศน์ 

          อยู่ที่ศาลากลางหลังเดิม จัดเป็นพิพิธภัณฑ์แสดงโบราณวัตถุเอกสารข้อมูลสำคัญทางประวัติศาสตร์ เรื่องราวความเป็นมาทั้งด้านวรรณกรรม ภูมิปัญญาท้องถิ่นของจังหวัดเชียงรายและพระราชกรณียกิจสมเด็จย่าที่ดอยตุง เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ - อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 08.30 - 15.30 น. เก็บค่าเข้าชม เด็ก นักเรียน นักศึกษา คนละ 5 บาท ผู้ใหญ่ 10 บาท 

          น้ำตกปางสา 

          ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก มีทั้งหมด 7 ชั้น แต่ละชั้นมีความสวยงามแตกต่างกันไป ชั้นที่สูงที่สุดประมาณ 70 เมตร พื้นที่รอบๆ น้ำตกมีความสวยงามไปด้วยพันธุ์ไม้นานาชนิด สภาพป่าโดยรอบมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ เหมาะสำหรับการศึกษาและการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์เป็นอย่างมาก

          อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก 

          ตั้งอยู่ในท้องที่อำเภอแม่จัน อำเภอเมือง อำเภอแม่สรวย และอำเภอมาลาว จังหวัดเชียงราย โดยได้รวมพื้นที่วนอุทยาน 4 แห่ง ได้แก่ วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ วนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว-บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยม และวนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท พื้นที่วนอุทยานน้ำตกขุนกรณ์ วนอุทยานน้ำตกห้วยแก้ว-บ่อน้ำร้อนห้วยหมากเลี่ยมและวนอุทยานน้ำตกโป่งพระบาท จังหวัดเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติที่มีอาณาเขตใกล้เคียงกันและมีสภาพธรรมชาติที่ค่อนข้างสมบูรณ์แต่การบริหารจัดการในพื้นที่ดังกล่าวยังไม่มีกฎหมายรองรับ จึงทำให้ไม่สามารถพัฒนาพื้นที่และแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญให้มีศักยภาพเพียงพอที่จะรองรับการขยายตัวของชุมชน และนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาในพื้นที่จังหวัดเชียงราย ซึ่งเป็นเมืองหน้าด่านทางการท่องเที่ยวที่สำคัญของภาคเหนือ 

 

          วัดกลางเวียง 

          วัดกลางเวียง เป็นวัดซึ่งอยู่กลางใจเมืองเชียงราย เป็นที่ตั้งของเสาหลักเมืองหรือสะดือเวียง วัดนี้สร้างขึ้ในปี พ.ศ. 1975 ต่อมาในปี พ.ศ. 2446 เกิดพายุใหญ่พัดต้นไม้ใหญ่พังลงมาจนทำให้โบสถ์และวิหารพังลงมา จึ้งได้ทำการบูรณะใหม่ในรูปแบบของศิลปะล้านนาประยุกต์ที่มีความงดงาม
 

 

ขอขอบคุณข้อมูลจาก
web.chiangrai.net
th.wikipedia.org

Tags: ,
May 10

          อำเภอดอยหลวง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของจังหวัด มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียง ดังนี้…

          ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอเชียงแสน 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับอำเภอเชียงแสน 
          ทิศใต้ ติดต่อกับอำเภอเวียงเชียงรุ้ง 
          ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอแม่จัน

คำขวัญประจำอำเภอ

          ดอยหลวงสูงสง่า ธาราสองสาย หลากหลายประเพณี สี่เผ่าพี่น้อง แดนทองเกษตรกรรม

ประวัติ

          ท้องที่อำเภอดอยหลวงเดิมเป็นส่วนหนึ่งของอำเภอแม่จัน ทางราชการได้แบ่งพื้นที่การปกครองออกมาตั้งเป็น กิ่งอำเภอดอยหลวง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเมื่อวันที่ 26 มิถุนายน พ.ศ. 2539 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 15 กรกฎาคม ปีเดียวกัน และต่อมาได้มีพระราชกฤษฎีกายกฐานะขึ้นเป็น อำเภอดอยหลวง ในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2550 โดยมีผลบังคับตั้งแต่วันที่ 8 กันยายน ปีเดียวกัน

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอดอยหลวงแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 3 ตำบล 31 หมู่บ้าน ได้แก่

          1. ปงน้อย  (Pong Noi)  10 หมู่บ้าน 
          2. โชคชัย  (Chok Chai)  11 หมู่บ้าน 
          3. หนองป่าก่อ  (Nong Pa Ko)  10 หมู่บ้าน

แหล่งท่องเที่ยว 

          ++ บ่อน้ำทิพย์ ตั้งอยู่ ณ วัดห้วยสัก หมู่ที่ 1 ตำบลหนองป่าก่อ 

          บ่อน้ำทิพย์ (น้ำบ่อแก้ว) วัดห้วยสัก เป็นบ่อน้ำที่สร้างโดยพระครูชัยยะวงศาพัฒนา (ครูบาวงศ์) วัดพระบาทห้วยต้ม อำเภอลี้ จังหวัดลำพูน และพระครูรัตน สุคนธศีล (ครูบาก๋องแก้ว คันธสีโล) อดีตเจ้าอาวาสวัดห้วยสัก ลักษณะเป็นศิลปะแบบล้านนา ตัวบ่อน้ำทิพย์มีซุ้มศิลาแลง และพระธาตุอยู่ด้านบน บริเวณด้านข้างขององค์พระธาตุมีโอ่งโมงธรรมสุทธิที่ใช้ในการปริวาสธรรม จำนวน 2 โอ่งโมง และในบริเวณซุ้มบ่อน้ำแห่งนี้ ไม่อนุญาตให้สตรีเข้าไปด้านใน เพราะเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์และเคารพบูชาของราษฎรในบ้านห้วยสัก และหมู่บ้านใกล้เคียง ตลอดจนประชาชนในกิ่งอำเภอดอยหลวง และอำเภออื่น ๆ ในจังหวัดเชียงราย ได้ใช้น้ำศักดิ์สิทธิ์จากบ่อน้ำทิพย์ (น้ำบ่อแก้ว) สรงน้ำพระธาตุเจดีย์ในเทศกาลสรงน้ำพระธาตุ ซึ่งจัดเป็นงานประเพณีในวันแรม 8 ค่ำ เดือน 5 เหนือ เป็นประจำทุกปี รวมทั้งเมื่อมีเรื่องทุกข์ร้อนก็มักจะมากราบไหว้สักการะ และอธิษฐานขอน้ำบ่อไปดื่มกินหรือล้างหน้าล้างตาเพื่อสะเดาะเคราะห์ 

          และน้ำในบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ยังเป็นแหล่งน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่ใช้ในการประกอบพิธีน้ำพระพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ เพื่อทูลเกล้าฯ ถวายเป็นน้ำสรงอภิเษกแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 6 รอบ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2542 

          สถานที่ตั้ง : อยู่ภายในบริเวณวัดห้วยสัก ถนนสายปงน้อย – เชียงแสน บ้านห้วยสัก ม.1 ต.หนองป่าก่อ กิ่ง อ.ดอยหลวง จ.เชียงราย ชื่อหน่วยงานประสาน - ที่ทำการปกครองกิ่งอำเภอดอยหลวง โทร. 0 - 576 - 7084 และ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองป่าก่อ โทร. 0 - 5372 - 1414  

          ++ น้ำตกห้วยดีหมี บ้านดอย หมู่ที่ 3 ตำบลโชคชัย 

          น้ำตกห้วยดีหมี บ้านแม่บง ม.7 ต.โชคชัย กิ่งอำเภอดอยหลวง จังหวัดเชียงราย เป็นน้ำตกที่สำคัญของหมู่บ้าน ซึ่งชาวบ้านใช้ในการเกษตร และมีอ่างเก็บน้ำดีหมี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลหนองป่าก่อ โทร. 053-607613 

          ++ สวนผู้พัน (แหล่งไม้เมืองร้อน กระบองเพชร) บ้านปงน้อย หมู่ที่ 2 ตำบลปงน้อย 

          สวนผู้พัน (แหล่งไม้เมืองร้อน กระบองเพชร) อยู่ริมถนนสายกิ่วพร้าว – บ้านแก่น บ้านปงน้อย ม.2 ต.ปงน้อย กิ่ง อ.ดอยหลวง เป็นแหล่งปลูกและเพาะพันธุ์ไม้เมืองร้อน ไม้ประดับ จำพวกกระบองเพชร มีพันธุ์ต่าง ๆ ที่สวยงามและหายากมากกว่า 10,000 ชนิด หน่วยงานประสาน - ที่ทำการปกครองกิ่งอำเภอดอยหลวง โทร. 0 - 5376 - 7084 

          ++ หมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้า กระเหรี่ยง ต.โชคชัย กิ่งอำเภอดอยหลวง จังหวัด เชียงราย  

          หมู่บ้านชาวเขาเผ่าเย้า / กะเหรี่ยง บ้านขุนแม่บง บ้านดอย บ้านหนองด่าน ต.โชคชัย บ้านป่าซางงาม บ้านห้วยสัก ต.หนองป่าก่อ บ้านป่าแดงผ่านศึก ต.ปงน้อย 
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
chiangraifocus.com
chiangrai.net
intranet.m-culture.go.th
th.wikipedia.org

Tags: ,
Apr 23

 

          อำเภอแม่สรวยจัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอมาตั้งแต่ ร.ศ.119 (พ.ศ.2444) มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพายัพ ภาคเหนือ และอยู่ในบริเวณเมืองเชียงใหม่ ตำนานกล่าวว่า ชื่อของอำเภอมาจากชื่อของแม่น้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้านและตำบลที่ตั้งของอำเภอเดิมที่เรียกว่า “แม่ซ่วย” ซึ่ง “ซ่วย” เป็นภาษาพื้นเมือง หมายถึง “ล้าง” ต่อมาเรียกชื่อเป็น “แม่สรวย”

          เดิมที่ว่าการอำเภอแม่สรวย อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของดอยจอมแจ้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุจอมแจ้งในเขตตำบลแม่สรวย ซึ่งมีแม่น้ำแม่สรวยไหลผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอและได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่บริเวณหน้าวัดแม่พริก 

          ต่อมาในปี พ.ศ.2447 ได้มีหลวงดำรงฯ นายแขวงในขณะนั้นเห็นว่าที่ตั้งของที่ว่าการอำเภออยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสมและไม่สะดวกแก่ราษฎรในการติดต่อราชการประกอบกับในฤดูแล้งน้ำในลำห้วยแม่พริกแห้งขอดไม่พอใช้สอยในการเกษตร และการบริโภคจึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอจากตำบลแม่พริก มาอยู่ที่บ้านแม่สรวยตำบลแม่สรวยซึ่งเป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอแม่สรวยในปัจจุบัน

          อำเภอแม่สรวย [แม่-สวย] เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอเมืองเชียงราย ระยะห่างประมาณ 50 กิโลเมตร อยู่ถนนเชียงราย-เชียงใหม่ ในบริเวณตำบลแม่สรวยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และป่าไม้ มีที่ราบระหว่างภูเขา อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 437 เมตร มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้…

          ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอแม่อาย (จังหวัดเชียงใหม่) และอำเภอเมืองเชียงราย 
          ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว และอำเภอพาน 
          ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอพาน อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอพร้าว (จังหวัดเชียงใหม่) 
          ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอไชยปราการ อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย (จังหวัดเชียงใหม่)

คำขวัญประจำอำเภอ 

          ดอยช้างสูงเด่น ร่มเย็นพระธาตุจอมแจ้ง แหล่งชาวาวี ประเพณีสูงค่า งามสง่าศาลสมเด็จฯ ขิงเผ็ดรสดี สตรีงามน้ำใจ ประชาธิปไตยมั่นคง

ประวัติความเป็นมา 

          อำเภอแม่สรวยจัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอมาตั้งแต่ ร.ศ.119 (พ.ศ.2444) มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพายัพ ภาคเหนือ และอยู่ในบริเวณเมืองเชียงใหม่ ตำนานกล่าวว่า ชื่อของอำเภอมาจากชื่อของแม่น้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้านและตำบลที่ตั้งของอำเภอเดิมที่เรียกว่า “แม่ซ่วย” ซึ่ง “ซ่วย” เป็นภาษาพื้นเมือง หมายถึง “ล้าง” ต่อมาเรียกชื่อเป็น “แม่สรวย” เดิมที่ว่าการอำเภอแม่สรวย อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของดอยจอมแจ้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุจอมแจ้งในเขตตำบลแม่สรวย ซึ่งมีแม่น้ำแม่สรวยไหลผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอและได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่บริเวณหน้าวัดแม่พริก ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๔๗ ได้มีหลวงดำรงฯ นายแขวงในขณะนั้นเห็นว่าที่ตั้งของที่ว่าการอำเภออยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสมและไม่สะดวกแก่ราษฎรในการติดต่อราชการประกอบกับในฤดูแล้งน้ำในลำห้วยแม่พริกแห้งขอดไม่พอใช้สอยในการเกษตร และการบริโภคจึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอจากตำบลแม่พริก มาอยู่ที่บ้านแม่สรวย ตำบลแม่สรวย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอแม่สรวยในปัจจุบัน 

          เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2454 โดยมีประกาศเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้รวมเมือง เชียงแสน เมืองฝาง อำเภอเวียงป่าเป้า เมืองพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแม่สรวย เมืองเชียงคำ เมืองเทิง เมืองเชียงของ ตั้งเป็นเมืองจัตวา เรียกว่า “เมืองเชียงราย” อยู่ในมณฑลพายัพ และจัดแบ่งการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ แม่สรวยจึงมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอแม่สรวยแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 7 ตำบล 126 หมู่บ้าน ได้แก่…

          1. แม่สรวย (Mae Suai) 16 หมู่บ้าน 
          2. ป่าแดด (Pa Daet) 22 หมู่บ้าน 
          3. แม่พริก (Mae Phrik) 13 หมู่บ้าน 
          4. ศรีถ้อย (Si Thoi) 12 หมู่บ้าน 
          5. ท่าก๊อ (Tha Ko) 27 หมู่บ้าน 
          6. วาวี (Wawi) 25 หมู่บ้าน 
          7. เจดีย์หลวง (Chedi Luang) 11 หมู่บ้าน

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอแม่สรวย

          ++ พระธาตุจอมแจ้ง
          
          วัดพระธาตุจอมแจ้ง ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย วัดพระธาตุจอมแจ้งเป็นวัดเก่าแก่มาแต่โบราณ ตามตำนานกล่าว่า มีพระมหาเถระเจ้ารูปหนึ่งได้เดินทางจาริกเทศนาสั่งสอนพุทธศาสนิกชน เพื่อเป็นการประกาศพุทธศาสนามาจนถึงสถานที่แห่งนี้จนถึงรุ่งแจ้งสว่างพอดี เมื่อปี พ.ศ. 2001 จึงได้ขอวานตาแก่คนหนึ่งที่ปฏิบัติธรรม เฝ้ารักษาพระธาตุแห่งนี้ให้ไปตักน้ำที่แม่น้ำซ่วยขึ้นมาล้างหน้า และได้พักอยู่ที่นี่ 7 วัน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปได้มอบพระบรมสารีริกธาตุให้ตาแก่คนนั้นนำไปบรรจุลงในพระธาตุจนเป็นที่สำเร็จลุล่วงแล้วจึงเดินทางจาริกต่อไป และยังได้ทำนายไว้ว่าสมัยต่อไปข้างหน้านี้ 

          ชาวบ้านจะเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “พระธาตุจอมแจ้ง” ส่วนแม่น้ำซ่วยนั้น ชาวบ้านจะเรียกเปลี่ยนไปว่า “แม่น้ำสรวย” ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ หลวงพ่ออดุลสีหวัตต์ (สิงห์คำ) ได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลแม่สรวย และเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมแจ้ง ได้เทศนาอบรมประชาชนให้มีความเชื่อถือเลื่อมใสในองค์พระธาตุแน่นแฟ้นขึ้นจนประชาชนในเขตอำเภอแม่สรวยได้จัดงานบุญประเพณีทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 และได้แนะนำชักชวนศรัทธาญาติโยมให้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์ สิ่งปลูกสร้างภายในวัดพิ่มขึ้นและยังเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อทองทิพย์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ และเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ 

          การเดินทาง : จากเวียงป่าเป้า ย้อนกลับขึ้นไปทางเหนือทางหลวงหมายเลข ๑๑๘ (ถนนเชียงใหม่ – เชียงราย) สู่อำเภอแม่สรวย ผ่านปากทางเข้าโรงงานเชียงรายไวน์เนอร์รี่ ศาลสมเด็จพระนเรศวร, โรงพยาบาลแม่สรวย ข้ามสะพานแม่น้ำลาว ตีนสะพานมีซอยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่พระธาตุจอมแจ้งอีก ๒oo เมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 40 กิโลเมตร 

          ความเชื่อ ในการไหว้ พระธาตุดอยจอมแจ้ง เชื่อกันว่า ถ้าได้กราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานท่านจะประสบความสำเร็จและรู้แจ้งเห็นจริง

          คำบูชาพระธาตุจอมแจ้ง

          อิมัสมิง อะรุนุธคะมะเน
          ประภัตตะเคทิตัง ธาตุ เจติยัง
          อะหังวันทามิ สะระสา อะหังวันทามิ สัพพะทา

 

          ++ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช 

          ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 118 เชียงราย – เชียงใหม่ ช่วงกิโลเมตรที่ 127 – 129 หมู่ที่ 13 ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย บนเนื้อที่ 69 ไร่ เป็นที่ตั้งของพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญของอำเภอแม่สรวย ที่เคารพสักการะตามประวัติศาสตร์ที่ได้อ้างถึงการยกทัพหลวงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้กรีฑาทัพผ่านเวียงป่าเป้าและแม่สรวย มาตั้งค่ายพักแรกบริเวณสถานที่ดังกล่าวก่อนที่จะทรงกรีฑาทัพไปยังเมืองฝาง เพื่อไปชิงเมืองอังวะร่วมกับทัพหลวงของสมเด็จพระเอกาทศรถ ณ เมืองฝางต่อไป

          วันศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คือวันที่ 23 - 25 มกราคม ของทุกปี กิจกรรมจะมีการออกร้านของแต่ละตำบล หมู่บ้าน, จัดนิทรรศการต่างๆ ของโรงเรียน, ประกวดร้องเพลงชาวเขา และประกวดธิดาดอย สถานที่จัดงานได้แก่ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หมู่ 13 ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย สำหรับการเดินทาง ถ้าจากเชียงรายไปประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 – 45 นาที ถนนลาดยางสามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวก
 
          ++ วัดพระเจ้าทองทิพย์

          อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายตามทางหลวงหมายเลข 1-118 (เชียงราย-เชียงใหม่) เลี้ยวขวาที่กิโลเมตร 121 บ้านห้วยส้ม ผ่านตำบลศรีถ้อย เข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร ตามประวัติกล่าวว่า ราวปี พ.ศ. 2076 พระเจ้าเชียงใหม่ได้ยกพระธิดาให้กับพระเจ้าโพธิสาร กษัตริย์แห่งกรุงศรีสัตตนาคณหุต (หลวงพระบาง สปป.ลาว) แต่ไม่มีโอรสจึงไปบนขอจากพระเจ้าทองทิพย์ พระมเหสีทรงประสูติโอรสทรงพระนามว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อพระชนมายุได้ 12 พรรษา พระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาได้สวรรคต ไม่มีราชบุตรสืบราชบัลลังก์ ข้าราชบริพารได้ทูลขอพระไชยเชษฐาไปครองเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าโพธิสารก็ทรงอนุญาต แต่ขอให้นำพระเจ้าทองทิพย์ไปด้วย ได้อัญเชิญลงเรือไปเชียงใหม่มาตามลำน้ำโขง ลำน้ำกก และลำน้ำลาว เมื่อเดินทางไปถึงที่ตั้งวัดในปัจจุบัน เรือเกยตื้นไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงได้นิมนต์พระเจ้าทองทิพย์ประดิษฐานไว้ตรงนั้น พระเจ้าไชยเชษฐาครองเมืองเชียงใหม่ได้ 2 ปี พระบิดาก็สวรรคต จึงต้องเสด็จกลับมาหลวงพระบาง พระองค์ได้นำพระพุทธรูปสำคัญของเมืองเชียงใหม่ไปด้วย เช่น พระแก้วมรกต พระพุทธสิหิงค์ พระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว และอีกหลายองค์ 

          ซึ่งต่อมาพระพุทธรูปทุกองค์ ได้คืนกลับมาเมืองไทยหมด แต่พระเจ้าทองทิพย์ได้ค้างอยู่ในป่าเป็นเวลานานหลายร้อยปี พระเจ้าทองทิพย์มีพุทธลักษณะปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 80 เซนติเมตร สูง 120 เซนติเมตร เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ว่าถ้าใครต้องการมีบุตรให้มาบนขอ ในเส้นทางผ่านไปวัดมีโรงงานผลิตไวน์ขาวลิ้นจี่ นอกจากนี้ในเส้นทางผ่านไปยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น หัตถกรรมของเล่นเด็ก ทำจากไม้ไผ่

          ++ อ่างเก็บน้ำแม่ก๊อหลวง 

          ตั้งอยู่ที่บ้านโฮ่ง หมู่ที่ 7 ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ห่างจากถนนสายเชียงราย – เชียงใหม่ (กม.ที่ 110) เพียง 3 กิโลเมตร ถนนสภาพดี ลาดยางตลอดเส้นทาง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ซึ่งรองรับและเก็บกักน้ำฝนตลอดจนจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เป็นแหล่งน้ำที่งดงาม น้ำใส ไหลเย็นเห็นตัวปลา บรรยากาศดี ร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาชนิด ลมพัดเย็นสบายและรู้สึกสดชื่นกับสิ่งแวดล้อมอันสวยงาม เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำตามธรรมชาตินานาชนิด มีแพและร้านอาหารจำหน่ายอาหารที่ปรุงจากสัตว์น้ำตามธรรมชาตินานาชนิดไว้บริการผู้มาเยือน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งชื่นชมความงามของธรรมชาติ พักผ่อน ตกปลาและสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูง ตลอดจนกิจกรรมนันทนาการอื่นๆ

          ++ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่พริก 

          เป็นอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำสำหรับใช้ในการเกษตรและการอุปโภคบริโภค มีสภาพภูมิประเทศที่กักเก็บน้ำตามลำห้วยแม่พริกที่ไหลผ่านหุบเขา ลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ปัจจุบันทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่พริก ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาชนิดต่าง ๆ จากประมงจังหวัดเชียงราย มาปล่อยในพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาตามธรรมชาติ สิ่งที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวเหมาะสมที่จะสนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์

          ++ ดอยกาดผี 

          ดอยกาดผี หรือที่เรียกว่า ภูนมสาว ห่างจากตัวอำเภอแม่สรวย ประมาณ 59 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณบ้านปางกิ่ว หมู่ 2 ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ประชากรเป็นชนเผ่าเย้า ดอยกาดผี (ภูนมสาว) มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร มีช่องทางลม มีลมแรงตลอดทั้งปี สภาพภูมิอากาศหนาวเย็น มีลานกว้างคล้ายตลาด ในภาษาเหนือเรียก “กาด” จะเหมือนมีใครคอยปัดกวาดให้สะอาดอยู่เสมอ จึงนิยามชื่อว่า “ดอยกาดผี” ซึ่งจากจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของดอยวาวี รวมถึงทะเลหมอกได้รอบทิศ 360 องศา โดยเฉพาะหน้าหนาวเป็นช่วงที่มีความงดงามที่สุด

           ดอยกาดผีติดเขตอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถมองเห็นความสวยงามยามค่ำคืนของอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอฝาง ชื่นชมดวงดาวอย่างใกล้ชิด เส้นทางสู่ดอยกาดผี (ภูนมสาว) เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระหว่างการเดินทางชมธรรมชาติ 2 ข้างทาง และหมู่บ้านชนเผ่าเย้า ที่มียังมีการดำรงวิถีชีวิต วัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่ นอกจากการชมวิวทิวทัศน์แล้ว ในระหว่างช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปีจะได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น พร้อมชมทะเลหมอกตอนเช้า รวมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นมีความสวยงามมาก

          ดอยกาดผี (ภูนมสาว) ยังมีการปลูกดอกบัวตอง สภาพภูมิประเทศดังกล่าวบวกกับสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน ทำให้ดอกบัวตองขึ้นอย่างสวยงามมากในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคมของทุกปี
 

           ++ ต้นชาพันปี

          ดอยแม่สรวยค้นพบต้นชายักษ์พันปีบนยอดดอยวาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย มีการค้นพบต้นชายักษ์อายุกว่า 1,000 ปี ขนาดลำต้นกว้าง 2-3 คนโอบโดยรอบ และมีขนาดความสูงกว่า 20 เมตร ต้นชายักษ์พันปี ผุดขึ้นโดยมีการแผ่กิ่งก้านสาขาออกไป ท่ามกลางอากาศหนาว มีทะเลหมอกสีขาวลอยปกคลุมสวยจับตา มีขนาดใหญ่กว่าที่เคยมีการค้นพบในแคว้นซือเหมา เขตมณฑลยูนนาน ประเทศจีนหลายเท่าตัว นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่ง ทางอำเภอแม่สรวยจึงได้ประสานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเหนือเขต 2 และ อบต. หารือในการพัฒนาหมู่บ้านใหม่พัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทย ภายใต้ชื่อ “UNSEEN ชาพันปี”

          ซึ่งค้นพบเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2548 พื้นที่ยอดดอยชาพันปี มีความสูง จากระดับน้ำทะเล 1,700 เมตร และมีความหนาวเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิสูงตลอดปี แค่ 10 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของตำบลวาวีที่มีการค้นพบไม่นานมานี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี โทร. 053-605950
  

          ++ น้ำตกห้วยน้ำอุ่น 

          ตั้งอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำอุ่น หมู่ที่ 21 ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สรวย 27 กิโลเมตร น้ำตกห้วยน้ำอุ่นเป็นน้ำตกชั้นเดียวมีความสวยงาม ตกจากหน้าผาสูง 100 เมตร เมื่อเข้าไปถึงบริเวณน้ำตกจะสัมผัสกับบรรยากาศที่เย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อนและชมพืชตระกูลเฟิร์นที่หาได้ยาก นอกจากชมธรรมชาติแล้ว สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชนเผ่าอาข่า ซึ่งตั้งบ้านเรือนใกล้บริเวณน้ำตก ห่างจากน้ำตกประมาณ 800 เมตร

          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี โทร. 053-605950 
 
          ++ โป่งน้ำร้อนฟูเฟือง 

          ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก ซึ่งห่างจากแยกทางหลวงแผ่นดินสาย แม่สรวย-เชียงราย ประมาณ 1.8 กิโลเมตร บ่อน้ำร้อนโป่งฟูเฟืองซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 2 บ่อ และมีอุณหภูมิสูงประมาณ 75 องศาเซลเซียส ซึ่งมีกิจกรรมอาบน้ำแร่ไว้คอยบริการ

          ++ บ้านลอจอ 

          บ้านลอจอ ตั้งอยู่บนสันดอยสูงห้วยน้ำขุ่น ชมทัศนียภาพของธรรมชาติรอบทิศทาง กับวิถีชีวิตของชนเผ่าลาหู่ ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติในอ้อมกอดแห่งขุนเขา และวิถีชีวิตชาวอาข่า มีดอกบ๊วยบานสะพรั่งสองข้างทางไปบ้านจะแส ดูตื่นตาตลอดทาง อบอุ่นกับการต้อนรับด้วยน้ำชา 150 ปีด้วยจอกชาที่ทำจากไม้ไผ่ ข้าวเปล่าที่หอมกรุ่น กับอาหารลาหู่ ที่อร่อยถูกใจ ชมไร่ชาแบบขั้นบันได สนุกกับการละเล่นของเด็กๆ การเดินโก๋งเก๋ง ชมแปลงผักไร้สารพิษ เก็บเองทำอาหารเอง(ถ้าชอบ) ผักสดๆ ไร้สารพิษ มีลานสำหรับกางเต้นท์ไว้รับลมหนาวและชมดาวสวยบนยอดดอยสูง 

          สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : อบต.ท่าก๊อ โทร.053-724217 E-mail: 6571007@thailocaladmin.go.th

          ++ ดอยช้าง 

          บ้านดอยช้าง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย 57180 เดิมเป็นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าม้ง ปี พ.ศ. 2458 ชนเผ่าลีซอได้อพยพเข้ามาตั้งเป็นหมู่บ้านดอยช้าง ปี พ.ศ.2526 ชนเผ่าอาข่าได้เข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านดอยช้าง ชื่อ “บ้านดอยช้าง” ตั้งขึ้นตามลักษณะของภูเขาที่มีรูปร่างเหมือนช้างแม่ลูกสองเชือก หันหน้าไปทางทิศเหนือ(ตัวจังหวัดเชียงราย) สามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่บริเวณโรงเรียนบ้านดอยช้าง มี ผาหัวช้าง สูง 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส

          การเดินทางขึ้นสู่ดอยช้าง มีเส้นทางขึ้นได้ 3 สาย คือ…

          1. สายอำเภอแม่สรวย -บ้านตีนดอย-แสนเจริญ-ดอยล้าน-ดอยช้าง {ระยะทาง 28 กิโลเมตร (จากเชียงราย 75 กิโลเมตร) }

          2. สายห้วยส้าน (อ.แม่ลาว) -ห้วยส้านลีซอ - เกษตรฯ- ดอยช้าง {ระยะทาง 15 กิโลเมตร }

          3. สายอำเภอแม่สรวย-บ้านตีนดอย- ริมเขื่อนแม่สรวย - ทุ่งพร้าว - ห้วยไคร้ - ดอยช้าง {ระยะทาง 30 กิโลเมตร}

          จากเชียงราย เดินทางมาตามทางหลวงหมายเลข 118 ถึงบ้านตีนดอย ก่อนถึง อ.แม่สรวย ราว 10 กิโลเมตร แยกขวาเข้าที่บ้านตีนดอยไปยังบ้านทุ่งพร้าว ระยะทาง 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่บ้านดอยช้าง ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อมาถึง จุดชมวิวดอยช้าง บริเวณโดยรอบถูกประดับด้วยดอกไม้เมืองหนาวออกดอกสีสดใสตลอดเส้นทางเข้าดอยช้างจะบานสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระ หรือนางพญาเสือโคร่ง สีขาวอมชมพู และได้ตื่นเต้นกับ ดอกท้อ สีชมพูอ่อนและผลท้อที่กำลังเติบโต ลูกเท่าหัวแม่มือที่หาดูได้ยาก และที่นี่เป็นแห่งเดียวของประเทศไทยที่จะมีโอกาสได้เห็น ดอกซากุระขาวบาน ทั่วดอยด้วยเช่นกัน ในบริเวณจุดชมวิวทัศนียภาพโดยรอบสามารถมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนกันไปอย่างสวยงาม มองเห็นไปถึงเมืองยองในประเทศพม่า และชัยภูมิที่ตั้งของ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย

          จากจุดชมวิวดอยช้างเดินทางต่อมาอีกราว 2 กิโลเมตร ก็จะถึง พุทธอุทยานดอยช้าง ซึ่งมีหลวงพ่ออำนาจ สีลคุโณ ได้มาปฏิบัติธรรมจำพรรษาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2532 เป็นผู้ดูแลรักษาพุทธอุทยาน ดอยช้าง ยังคงสภาพความเป็นธรรมชาติของป่าไม้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์มาก มีบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางพุทธอุทยาน มีสีเขียวมรกตบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย มีเสียงกบเขียดร้องอยู่ตลอดเส้นทางเดินไปสู่ ลานพุทธสถานที่มีพระพุทธรูปปางต่างๆไว้ให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการะบูชา ถัดจากลานพุทธสถานก็มุ่งตรงสู่ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีน้ำไหลเข้าไปในบ่ออยู่ตลอดเวลาไม่เคยเหือดแห้ง และน้ำก็ยังใสสะอาดเย็นฉ่ำตลอดทั้งปี น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธอุทยานดอยช้างแห่งนี้ เป็น 1 ใน 9 ของน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำไปกระทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาพุทธมังคลาภิเษก เนื่องในวโรกาศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระชนมายุครบรอบ 60 พรรษา

          นอกจากนั้นสามารถชม ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย (สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี) และ ชมทะเลหมอกบนดอยกาดผี ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,650 เมตร เล่ากันว่าในช่วงฤดูหนาวสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้รอบทิศ 360 องศา ลงจากดอยกาดผี จากนั้นสามารถเดินทางไปชม สวนชาของตำบลวาวี ซึ่งว่า เป็นการปลูกชาครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มต้นที่ดอยวาวีแห่งนี้ก่อนเป็นที่แรก และยังมีต้น ชาพันปี  อยู่ที่กลางป่าในเขตบ้านใหม่พัฒนา ขนาด 3 คน โอบ และชม สวนส้มพันธุ์สายน้ำผึ้งก่อนเดินทางไปบ้านวาวีเพื่อ ชมวิถีชีวิตชนเผ่า ที่มีความเป็นอยู่อย่างสุขสงบอยู่รวมกันอย่างสมานฉันท์ เอื้ออาทรต่อกันทั้งหมด 13 ชนเผ่า และมีโรงเรียนสอนภาษาจีนชื่อ โรงเรียนกวางฟูวิทยาคม ตั้งอยู่ที่นี่ เด็กนักเรียนตำบลวาวี สามารถเรียนภาษาจีนได้ฟรีหรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก จึงเป็นแหล่งผลิตผู้ที่มีความรู้ทางด้านภาษาจีนอย่างดีเยี่ยมเพราะมีครูจากไต้หวันมาสอนให้โดยเด็กนักเรียนต้องพูดภาษาจีนกันทุกคนภายในโรงเรียน เมื่อเรียนถึงขั้นสูงยังมีทุนให้ไปเรียนต่อยังประเทศไต้หวันอีกด้วย

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี หมู่ที่13 บ้านห้วยไคร้ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โทร. (053) 605950 โทรสาร (053 ) 605950

          ++ ถ้ำแม่สรวย 

          เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งอยู่ บ้านสันกลาง หมู่2 ต.แม่สรวย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบและหลงใหลในความงดงามของหินงอก หินย้อย ภายในถ้ำและความเป็นธรรมชาติ 
ถ้ำแม่สรวย 
 
          ++ ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 

          ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลวาวี บ้านดอยช้างที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,700 เมตร อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ทำให้ ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2 หรือสถานีทดลองการเกษตรที่สูงวาวีเดิม ชื่อเดิมคือ สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดอยวาวี” อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพราะเป็นแหล่งที่มีนางพญาเสือโคร่งมากที่สุด นางพญาเสือโคร่งที่ดอยวาวี เกิดจากการปลูก ไม่ว่าจะเป็นริมถนน หรือปลูกในสภาพป่ามีประมาณ 400,000 ต้น เมื่อถึงช่วงฤดูออกดอก ดอกจะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูทั้งผืนดอย สวยงามมากจนมีการขนานนามดอยวาวีว่า เป็นดินแดนแห่งสวรรค์บนดิน

          และยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งศึกษาดูงานและท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ด้วยบรรยากาศภายในบริเวณศูนย์ฯ ที่ร่มรื่น รายล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น ต้นโปรเตีย แบงค์เซีย ซากุระ ที่แย้มดอกสวยสดงดงามแปลกตาอยู่ทั่วไป ทั้งยังอบอวลด้วยกลิ่นหอมของไม้หอมเมืองหนาวนานาชนิด เช่น ดอกลำโพง ที่ส่งกลิ่นทุกค่ำคืนและยังมีดอกไม้ที่หาชมได้ยาก คือ ว่านสี่ทิศ นอกจากนี่ยังมีแปลงปลูกและขยายพันธุ์ ผลไม้เมืองหนาวปลอดสารพิษ เช่น ชาจีนหอมกรุ่น ไว้ให้ท่านลิ้มชิมรสได้ฟรี

          นอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งแล้วยังมีส่วนต่างๆ ที่ให้เที่ยวชมกันอย่างจุใจ เช่น ไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์สีสันหลากตา จุดชมวิวมองทิวเขาที่สลับซับซ้อนจนสุดสายตา ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม ไหว้พระธาตุดอยช้าง และสงบจิตใจด้วยการชมพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด บริเวณพุทธอุทยาน ชมสวนเกษตร เช่น สวนมะคาเดเมีย ไม้ผลเมืองหนาว สวนชา สวนอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และที่จะขาดไม่ได้ก็คือสวนกาแฟอาราบิก้า พร้อมกับการชิมกาแฟสดจากสวนซึ่งมีบริการให้ชิมฟรีโดยไม่จำกัด จนกว่าท่านจะพอใจ รับประทานอาหารที่ปรุงด้วยผักพื้นเมืองบนที่สูงและผักปลอดสารพิษที่หารับประทานได้ยาก วันหยุดปีใหม่ถ้าขึ้นไปเที่ยวเชียงรายก็อย่าลืมขึ้นไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ดอยวาวี รับรองไม่ผิดหวัง คุณจะได้รับการเติมพลังให้ชีวิตอย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว

          ทั้งนี้ ภายในบริเวณศูนย์ฯ จะมีจุดท่องเที่ยวให้ท่านได้ชื่นชมและผ่อนคลายอารมณ์แล้ว บริเวณใกล้เคียงกับศูนย์ฯ ยังมีหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า (อีก้อ) ลีซอ (ลีซู) และจีนยูนาน (จีนฮ่อ) ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของพวกเค้าอย่างใกล้ชิด
จุดท่องเที่ยวภายในสถานีศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2 (วาวี)

          1. สวนพันธุ์ไม้หอมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์

          2. แปลงไม้ผลเมืองหนาว เช่น พลัม บ๊วย ท้อ สาลี่ และยังมีอีกมากมาย ไม่ผลเหล่านี้จะผลิตออกผลในช่วงฤดูหนาว

          3. สวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น ดอกซัลเวีย ป๊อบปี้ ดอกกระดาษ พิทูเนีย บิทูเนีย ลำโพงขาว กุหลาบพันปี มีความสวยมากในช่วงฤดูหนาว

          4. แปลงรวบรวมพันธุ์ว่านสี่ทิศ เป็นไม้ที่เลื่องชื่อและหาชมได้เฉพาะที่ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2 เท่านั้น ซึ่งมีหลายพันธุ์ออกดอกสีแดง ชมพู บานสะพรั่งทั่วทั้งแปลงในช่วงฤดูหนาวทำให้มีสีสรรสวยงามมาก

          5. พุทธอุทยานแวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ป่าธรรมชาติเป็นที่อยู่อาศัยของนกป่า กระรอก กระแต กระต่าย นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และแท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสมเด็จพระพุทธสิกชีอันเป็นที่เคารพสักการะของเจ้าหน้าที่สถานีฯ และชาวบ้านทุกคน

          6. ชมวิวชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปี ชมดอกซากุระบานสะพรั่ง

          สำหรับการเดินทาง ขึ้นรถสองแถวที่อำเภอแม่สรวย – ดอยช้าง ค่าโดยสารประมาณ คนละ 30 บาท เวลา 10.00 – 15.00 น. มีบริการวันละ 3 เที่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี  โทร. 053-605950

 
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
th.wikipedia.org
chiangrai.net
chiangraifocus.com
tourismchiangrai.com
tourismchiangrai.com

Tags: ,
Apr 19

          อำเภอแม่จัน เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ทางทิศเหนือของจังหวัดเชียงราย ห่าง​จากอำเภอเมืองเชียงรายระยะทางประมาณ ​28​ กิโลเมตร​ตามทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 110

          ทิศเหนือ​ ติดต่อกับอำเภอแม่ฟ้าหลวง อำเภอแม่สาย และอำเภอเชียงแสน 
          ทิศตะวันออก ​ติดต่อกับอำเภอเชียงแสน อำเภอดอยหลวง​ และอำเภอเวียงเชียงรุ้ง 
          ทิศใต้ ​ติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงราย​ 
          ทิศตะวันตก​ ติดต่อกับอำเภอแม่อาย (​จังหวัดเชียงใหม่) รัฐฉาน (ประเทศพม่า) และอำเภอแม่ฟ้าหลวง

คำขวัญประจำอำเภอ 

          พระธาตุกู่แก้วคู่บ้าน แม่น้ำจันคู่เมือง ลิ้นจี่หวานลือเลื่อง รุ่งเรืองวัฒนธรรม

ประวัติความเป็นมา 

          อำเภอแม่จันเดิมเป็นหมู่บ้านหรือตำบลหนึ่งในเขตควบคุมของเมืองเชียงแสนหลวง ตามพงศาวดารโยนก กล่าวว่าเมืองเชียงแสนมีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณที่ราบลุ่มเชียงแสนทั้งหมดซึ่งอาณาเขตที่กว้างขวาง ต่อมาเมืองเชียงแสนหลวงได้เกิดน้ำท่วมบ่อยๆ ปีหนึ่ง น้ำจะท่วมเป็นเวลาหลายเดือน ชาวบ้านแถบนี้ที่มีอาชีพเพาะปลูกและทำนาไม่สามารถที่จะทำนาได้ จึงพากันอพยพมาทางใต้ ประมาณ 25 กม. มาอยู่ที่ ” บ้านขิ” (ซึ่งปัจจุบันคือบ้านแม่คี หมู่ที่ 7 และหมู่ที่ 9 ตำบลป่าซาง อำเภอแม่จัน) ซึ่งมีบริเวณเป็นที่ราบกลุ่มกว้างมีแม่น้ำไหลผ่าน ทำเลดี เหมาะแก่การเพาะปลูก และทำนา และยังมีชาวบ้านมาตั้งบ้านเรือนก่อนแล้วเกือบ 400 หลังคาเรือน ประกอบกับเป็นเส้นทางค้าขายยังรัฐฉาน และยูนาน 

          และต่อมาชาวบ้านเมืองเชียงแสนหลวง ก็อพยพตามมาอยู่รวมกันที่บ้านขิมากเพิ่มขึ้น ในปี พ.ศ.2424 พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าให้เจ้าอินต๊ะ ซึ่งครองเมืองลำพูน ลำปาง และเจ้ากาวิละ เจ้าผู้ครองนครเชียงใหม่ ประมาณ 1,500 ครัวเรือน ไปตั้งถิ่นฐานที่เมืองเชียงแสนหลวง และพระราชทานบรรดาศักดิ์ เจ้าอินต๊ะเป็นพระยาเดชดำรงตำแหน่งเจ้าเมืองเชียงแสนหลวง

 

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอแม่จันแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 11 ตำบล 138 หมู่บ้าน ได้แก่…

          1. แม่จัน (Mae Chan) 14 หมู่บ้าน    
          2. จันจว้า (Chan Chawa) 11 หมู่บ้าน   
          3. แม่คำ (Mae Kham) 13 หมู่บ้าน    
          4. ป่าซาง (Pa Sang) 15 หมู่บ้าน   
          5. สันทราย (San Sai) 9 หมู่บ้าน   
          6. ท่าข้าวเปลือก (Tha Khao Plueak) 14 หมู่บ้าน 
          7. ป่าตึง (Pa Tueng) 22 หมู่บ้าน 
          8. แม่ไร่ (Mae Rai) 8 หมู่บ้าน  
          9. ศรีค้ำ (Si Kham) 10 หมู่บ้าน 
          10. จันจว้าใต้ (Chan Chawa Tai) 12 หมู่บ้าน
          11. จอมสวรรค์ (Chom Sawan) 10 หมู่บ้าน 

สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอแม่จัน       

          ++ พิพิธภัณฑ์พระ-ประทีปโกลด์แลนด์ 

          เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงพระพุทธรูปโบราณ และพระเครื่องเก่าแก่หลายสมัย หนึ่งเดียวในโลก ชมสุดยอดพระเครื่องเบญจภาคี….พระเครื่องชุดเบญจสุดยอดขุนพล, พระร่วงรางปืน, พระสมเด็จวัดระฆังทุกพิมพ์, พระกริ่งปวเรศ (1 ใน 22 องค์ของประเทศไทย), กริ่งจีน, กริ่งเขมร, พระกริ่งวัดสุทัศน์, พระกริ่งวัดบวร, สมเด็จพระจิตรลดา, หลวงปู่ทวดทุกพิมพ์, เหรียญพระเกจิชื่อดังต่างๆ อาทิเช่น หลวงพ่อกลั่น, เหรียญ ร. 5 แบบต่างๆ และพระอื่นๆให้ชมอีกมากกว่า 2,000 องค์ สุดยอดพระพุทธรูปโบราณ ทุกยุค ทุกสมัย

          นับจากยุคคันธราษฎร์, ทวาราวดี, เชียงแสน, สุโขทัย, อู่ทอง, อยุธยา, รัตนโกสินทร์,จำนวนมากเกินกว่า 500 องค์
เปิดให้เข้าชมเวลา 09.00-17.00 น. 

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม 191 หมู่ 1 ถ.แม่จัน-เชียงแสน ต.จอมสวรรค์ อ.แม่จัน จ.เชียงราย 57110 โทร / แฟ็กซ์ 053-653038-9,081-603-8474 แฟ็กซ์ 053-653-038 

          ++ ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง 

          จัดเป็นหมู่บ้านทางวัฒนธรรม เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง 6 ชาติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นหุบเขา และลำห้วยขุนน้ำแม่จัน มีอุทยานไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ห้อมล้อมด้วยไร่ชา และสวนดอกท้อ ตั้งอยู่ จังหวัดเชียงรายกิโลเมตรที่ 12 ของทางหลวงหมายเลข 1089 (แม่จัน - ท่าตอน) ห่างจากตัวเมืองเชียงราย 36 กิโลเมตร มีเนื้อที่กว่า 400 ไร่ จัดเป็นหมู่บ้านทางวัฒนธรรม เพื่อแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของคนบริเวณลุ่มแม่น้ำโขง ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นหุบเขา และลำห้วยขุนน้ำแม่จัน มีอุทยานไม้ดอกไม้ประดับนานาพันธุ์ ห้อมล้อมด้วยไร่ชา และสวนดอกท้อ 

          มีกิจกรรมที่น่าสนใจ ได้แก่ ขี่ช้าง นั่งเกวียน มีการแสดงของช้าง การสาธิตต่าง ๆ เช่น การทำเครื่องเงิน เครื่องจักสาน การทำกระดาษสา การปั่นฝ้ายทอผ้า งานเย็บปักถักร้อยของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ และสาธิตวิธีชงชาตามแบบฉบับของยูนนาน การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศไทย ลาว จีน (ตอนใต้) พม่า เวียดนาม และกัมพูชา
     
          การแสดงจะมีระหว่างเวลา 11.00 - 12.00 น. และ 14.00 - 15.00 น. อัตราค่าอาหารกลางวันและการแสดง

          1. ค่าชมการแสดง + อาหารกลางวัน ท่านละ 200.- บาท ถึง 300.- บาท ( ขึ้นอยู่กับรายการอาหาร )
          2. ค่าชมการแสดงกรณีไม่ทานอาหารกลางวัน 150.- บาท / ท่าน
          3. เด็กอายุไม่เกิน 10 ปี ราคาท่านละ 100.- บาท

          เปิดให้เข้าชมทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-18.00 น. นอกจากตระการตากับการแสดงความเป็นอยู่และศิลปวัฒนธรรมจากแคว้นสิบสองปันนา โดยคณะนักแสดงจากประเทศจีน และรำลึกอดีตสัมผัสกับความงามของธรรมชาติรายรอบอุทยานยังมี…

          ฆ้องชัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก

          ฆ้องชัยลานทองฯ หนักประมาณ 3 ตัน เส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร ประติมากรรมร่วมสมัยแกะสลักเป็นรูปนักษัตร 12 ราศี และรูปหล่อสำริดสิงห์ 4 ทิศ จาก 4 ประเทศได้แก่ น พม่า ลาว และไทย สะท้อนถึงความสัมพันธ์ฉันท์พี่น้องของมิตรประเทศลุ่มน้ำโขง

          ลานฆ้องชัย

          ฆ้องชัย ตั้งตระหง่าน ณ ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง เชียงราย เป็นดินแดนซึ่งพญามังราย ได้สร้างขึ้นเมื่อ พ.ศ. 1805 นับได้ 740ปี ถือว่าเป็นจังหวัดที่มีน้ำโขงไหลผ่าน ดังนั้นลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขงจึงได้รวบรวมเอาวัฒนธรรม ของประเทศลุ่มน้ำโขงอันได้แก่ประเทศจีนตอนใต้ เมียนมาร์ ลาว ไทย กัมพูชา และเวียดนาม เข้ามารวบไว้ เพื่อจรรโลงและรักษาวัฒนธรรมที่ดีสืบต่อไป

          ลานฆ้องชัยมีลักษณะเป็นวงกลมเส้นผ่าศูนย์กลางขนาด 80 เมตร ตรงจุดศูนย์กลางมีฆ้องชัยที่ใหญ่ที่สุดในโลกตั้งเด่นเป็นสง่าตัวฆ้องมีเส้นผ่าศูนย์กลาง 5 เมตร หนักประมาณ 3 ตัน มีโลหะผสมระหว่างทองแดงและดีบุก ด้านหน้าแกะสลักเป็นรูปนักษัตร 12ราศี และด้านหลังเป็นรูปแผนที่ของ 6 ประเทศมีลักษณะเด่นของแต่ละประเทศมาผสมผสานกันด้านล่างบริเวณพื้นรอบลานฆ้องปูด้วยอิฐดินเผาสีแดง และยังมรใบกาสะลองแกะลงบนพื้นอิฐทุกก้อน (ต้นกาสะลองถือว่าเป็นต้นไม้ประจำจังหวัดเชียงราย)เปรียบเสมือนว่าใบกาสะลองร่วงหล่นบนแผ่นดินเชียงราย

          รายล้อมรอบฆ้อง มีรูปหล่อสิงห์เป็นงานประติมากรรม จากประเทศจีน ประเทศเมียนมาร์ ประเทศลาว และ ประเทศไทย ประเทศละ 1 คู่ ยืนเด่นเป็นสง่าเฝ้าฆ้องทั้ง 4 ทิศประกอบไปด้วย…

          รูปหล่อสิงห์ 

          ประติมากรรมลานฆ้องรูปหล่อสิงห์ 4 ประเทศ เป็นสัญลักษณ์แห่งการปกป้องคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม

          สิงห์ไทย : ได้นำอิทธิพลของศิลปะเชียงแสนและล้านนามาสร้างเป็นผลงานประติมากรรมก่อให้เกิดรูปแบบสิงห์ที่มีลักษณะและรูปทรงและรายละเอียดขอองงานในรูปแบบร่วมสมัย โดยส่วนฐานได้จำลองสถานที่สำคัญของประเทศไทย อันได้แก่ พระปรางวัดอรุณราชวราราม ยักษ์วัดโพธิ์ ยักษ์วัดแจ้ง และแม่น้ำเจ้าพระยา

          สิงห์จีน : ได้นำเอารูปสิงห์ด้านหน้าพระราชวัง ณ กรุงปักกิ่งมาสร้างสรรค์เป็นผลงานประติมากรรมซึ่งก่อให้เกิดรูปแบบสิงห์ที่มีลักษณะและรูปทรงและรายละเอียดของงานในรูปแบบร่วมสมัยโดยส่วนฐานได้จำลองสถานที่สำคัญของประเทศจีน เช่นป่าหินแห่งคุณหมิง และกำแพงเมืองจีน

          สิงห์เมียนมาร์ : ได้นำเอารูปแบบสิงห์มาจากประตูทางเข้าวัดชะเวดากอง นครแห่งจักรวาล ได้นำมาสร้างสรรค์ โดยเป็นผลงานประติมากรรมก่อให้เกิดรูปแบบสิงห์ที่มีลักษณะรูปทรงและรายละเอียดของงานในรูปแบบร่วมสมัยโดยส่วนฐานได้จำลองสถานที่สำคัญของประเทศเมียนมารือันได้แก่เจดีย์ชะเวดากอง

          สิงห์ลาว : ได้นำรูปแบบสิงห์ที่ใช้ในการประกอบพิธีแห่มหาสงกรานต์ในเมืองหลวงพระบาง มาสร้างสรรค์เป็นผลงานประติมากรรมก่อให้เกิดรูปแบบสิงห์ที่มีลักษณะรูปทรงและรายละเอียดของผลงานในรูปแบบร่วมสมัยโดยส่วนฐานได้จำลองสถานที่สำคัญของประเทศลาว คือวัดเชียงทอง เมืองหลวงพระบาง ปู่เย ย่าเย สิงห์ ซึ่งเป็นความเชื่อของชาวลาวว่าเป็นผู้ที่นำสิ่งที่ดีงามมาจากสวรรค์มาอวยพรในวันสงกรานต์

          ติดต่อสอบถามเพิ่มเติม ที่อยู่ เลขที่ 99 หมู่ 13 ตำบลป่าตึง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์ 0 5371 0881 – 8 กรุงเทพฯ โทร. 0 2272 2521-7 โทรสาร 0 5371 0889  

          ++ วัดถ้ำป่าอาชาทอง

          พระครูบาเหนือชัยโฆสิโต เจ้าอาวาสซึ่งเป็นอดีตนายทหารม้าเก่า จึงให้พระเณรที่นี่ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกบิณฑบาตไปยังหมู่บ้านเชิงเขาหรือที่เรียกว่าลานพระแก้ว เป็นระยะทางร่วม 5 กิโลเมตรทุกวัน เพราะสำนักปฏิบัติธรรมถ้ำป่าอาชาทอง ซึ่งอยู่ในถิ่นกันดารห่างไกลคมนาคม บนดอยสูง ตำบลศรีค้ำ อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย แม้แต่ชาวบ้านยังต้องใช้ม้าแกลบ ในการเดินทางและบรรทุกสัมภาระ เหตุนี้เจ้าอาวาสของสำนักสงฆ์ฯ อดีตนายทหารม้าเก่า จึงให้พระเณรที่นี่ใช้ม้าเป็นพาหนะในการออกบิณฑบาตรไปยังหมู่บ้านสี่หมื่นไร่

          ลานพระแก้ว ทุกๆ เช้า ท่านครูบาเหนือชัย ท่านจะออกมารับบิณฑบาตรตั้งแต่เวลาประมาณ 07.00 - 07.30 น. บริเวณลานพระแก้ว หากท่านไม่ได้เตรียมของใส่บาตรไปที่นั่น ก็ร้านขายเครื่องใส่บาตรให้ท่านเลือกซื้อหลายร้าน และยังมีโรงเลี้ยงม้าของทางวัดจะอยู่ใกล้ๆ กับลานพระแก้ว

          การเดินทาง 

          1. ใช้เส้นทางเชียงราย – แม่จัน เลยจากอำเภอแม่จัน ไป 1 กิโลเมตร มีทางแยกซ้ายไปดอยแม่สลอง ถนนผ่านหน้าบ้านแม่สลอง สภาพถนนเข้าหมู่บ้านยังไม่สะดวกควรใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อ

          2. ใช้เส้นทางเชียงราย-แม่สาย (ทางหลวงสาย A1) ระยะทางจากอำเภอเมือง - อำเภอแม่จัน ประมาณ 28 กิโลเมตร จากตัวอำเภอแม่จันประมาณ 4 - 5 กิโลเมตร ก็ถึงปากทางไปวัดถ้ำป่าอาชาทอง (ถนนข้างวัดแม่คำหลวง) จะมีป้ายและลูกศรบอกตลอดทาง และเข้าไปอีกประมาณ 5 - 7 กิโลเมตร ลักษณะถนนตอนทางขึ้นตั้งแต่สะพาน ก่อนถึงลานพระแก้ว ระยะทางประมาณ 2 กิโลเมตร รถยนต์ส่วนตัวของท่านสามารถขึ้นได้ และสามารถชมทิวทัศน์สองข้างทางได้  
 

 

 

 ขอขอบคุณขอมูลและภาพประกอบจาก

chiangraiekkachai.com
th.wikipedia.org
chiangraifocus.com
thai.tourismthailand.org
tourismchiangrai.com

Tags: ,
Apr 08

 

          อำเภอเทิง เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก ระยะห่างจากอำเภอเมืองเชียงรายประมาณ 64 กิโลเมตร มีอาณาเขตติดต่อกับเขตการปกครองข้างเคียงดังต่อไปนี้…

          ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอพญาเม็งราย ​อำเภอขุนตาล และอำเภอเวียงแก่น 
          ทิศตะวันออก ติดต่อกับแขวงอุดมไซ (ประเทศลาว) และอำเภอภูซาง (จังหวัดพะเยา) 
          ทิศใต้ ติดต่อกับ​อำเภอจุน ​อำเภอเชียงคำ (จังหวัดพะเยา) และอำเภอป่าแดด
​          ทิศตะวันตก ติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอเวียงชัย

ประวัติ

          อำเภอเทิงมีประวัติศาสตร์อันยาวนาน เริ่มมีการกล่าวถึงตั้งแต่สมัยขุนเจื๋อง ราชโอรสขุนจอมธรรม ผู้ปกครองเมืองภูกามยาว (จังหวัดพะเยาในปัจจุบัน) ประมาณ จ.ศ. 482 (พ.ศ. 1663) เป็นหัวเมืองที่สำคัญของเมืองภูกามยาว ต่อมาการปกครองได้แตกสาขาแยกเมืองออกปกครองมากขึ้น เมืองเทิงจัดอยู่ในเขตปกครองของบริเวณนครน่าน ตามพระราชบัญญัติปกครองท้องที่ ร.ศ. 116 (พ.ศ. 2438) เรียกว่า กิ่งแขวงเมืองเทิง เป็นหัวเมืองของบริเวณน่านเหนือ (หัวเมืองชั้นนอกที่อยู่ห่างไกลเรียกว่า “บริเวณ” มีข้าหลวงบริเวณดูแล) กิ่งแขวงเมืองเทิงได้จัดแบ่งหมู่บ้านต่าง ๆ เป็น 14 แคว้น เช่น แคว้นเวียงเทิง แคว้นบ้านหงาว แคว้นตับเต่า แคว้นน้ำแพร่ แคว้นบ้านเอียน และแคว้นบ้านงิ้ว ในปี พ.ศ. 2457 แต่ต่อมาได้แยกการปกครองจากจังหวัดน่านมาขึ้นตรงต่อจังหวัดเชียงราย ในปี พ.ศ. 2475 แบ่งการปกครองออกเป็น 10 ตำบล

ลักษณะภูมิประเทศ

          สภาพภูมิประเทศส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ราบและภูเขา มีภูเขาสูงสลับซับซ้อนอยู่ทางด้านตะวันออก และมีแม่น้ำสำคัญไหลผ่าน 3 สาย ได้แก่ แม่น้ำลาว แม่น้ำหงาว แม่น้ำอิง

ลักษณะภูมิอากาศ

          เป็นแบบมรสุม 3 ฤดู

          ฤดูร้อน เริ่มตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ - เดือนพฤษภาคม อุณหภูมิเฉลี่ย 28 องศาเซลเซียส
          ฤดูฝน เริ่มตั้งแต่ เดือนมิถุนายน - เดือนกันยายน อุณหภูมิเฉลี่ย 26 องศาเซลเซียส
          ฤดูหนาว เริ่มตั้งแต่ เดือนตุลาคม - เดือนมกราคม อุณหภูมิเฉลี่ย 21องศาเซลเซียส

การปกครองส่วนภูมิภาค

          อำเภอเทิงแบ่งพื้นที่การปกครองออกเป็น 10 ตำบล 175 หมู่บ้าน คือ
          
          1. เวียง (Wiang) 25 หมู่บ้าน       
          2. งิ้ว (Ngio) 23 หมู่บ้าน       
          3. ปล้อง (Plong) 12 หมู่บ้าน     
          4. แม่ลอย (Mae Loi) 13 หมู่บ้าน     
          5. เชียงเคี่ยน (Chiang Khian) 10 หมู่บ้าน       
          6. ตับเต่า (Tap Tao) 26 หมู่บ้าน
          7. หงาว (Ngao) 20 หมู่บ้าน
          8. สันทรายงาม (San Sai Ngam) 7 หมู่บ้าน  
          9. ศรีดอนไชย (Si Don Chai) 9 หมู่บ้าน  
          10. หนองแรด (Nong Raet) 7 หมู่บ้าน

สถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ

          ++ ภูชี้ฟ้า 

          เป็นจุดชมวิวพระอาทิตย์ขึ้นสลายหมอกอีกแห่งหนึ่ง ช่วงที่สวยงามมากคือเดือนพฤศจิกายน-มกราคม เวลา 06.30 -07.30 น. อยู่ห่างจากดอยผาตั้ง 25 กิโลเมตร มีลักษณะเป็นยอดเขาที่มีส่วนแหลมชี้ขึ้นไปบนท้องฟ้า อยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง ประมาณ 1,628 เมตร โดยมีหน้าผาเป็นแนวยาวยื่นไปทางฝั่งประเทศลาว บนยอดภูชี้ฟ้าเป็นทุ่งหญ้ากว้าง แซมด้วยทุ่งโคลงเคลง ที่มีดอกสีชมพูอมม่วง ซึ่งจะบานระหว่างเดือนกรกฎาคม-มกราคม 

          จากเชียงรายใช้เส้นทาง 1020 เชียงราย-เทิง-เชียงคำ แล้วเลี้ยวซ้ายข้าง โรงเรียนภูซางฯ ทางหลวง 1093 ผ่านน้ำตกภูซาง-บ้านฮวก รวมระยะทาง 145 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.5 ชั่วโมง หากผ่านเลยไปถึงตัวอำเภอเชียงคำอีก 5 กิโลเมตร จะมีสถานที่น่าสนใจแวะเยี่ยมชม ได้แก่ ศูนย์ผ้าทอไทลื้อ และต้นจามจุรีทรงพุ่มงามที่วัดพระธาตุสบแวน วัดพระเจ้านั่งดิน วัดแสนเมืองมา และวัดนันตาราม

          ++ ภูผาสวรรค์

          ภูผาสวรรค์ ตั้งอยู่ที่บ้านร่มโพธิ์ทอง หมู่ที่ 19 ตำบลตับเต่า อยู่ห่างจากวนอุทยานภูชี้ฟ้าประมาณ 7 กิโลเมตร เป็นจุดชมวิวที่มีหน้าผาสูงยื่นนออกไปตามแนวชายแดนไทย – ลาว สภาพป่าโดยรอบเป็นป่าที่ยังมีความอุดมสมบูรณ์ และยังเป็นจุดผ่อนปรนชั่วคราวของประเทศไทย – ลาว 

          ++ ภูชมดาว (หมูบ้านโฮมสเตย์)

          ภูชมดาวหรือผาหม่นน้อย ตั้งอยู่ในพื้นที่ของหมู่ที่ 20 บ้านพิทักษ์ไทยและหมู่ที่ 16 บ้านไทยสามัคคี เป็นหมู่บ้านท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โดยชุมชน จุดชมวิวบนภูชมดาวมีความสูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,532 เมตร เป็นจุดชมวิวมุมกว้างสามารถมองเห็น ประเทศเพื่อนบ้านก็คือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และอีกด้านหนึ่งจะมองเห็นอำเภอเชียงคำ  จังหวัดพะเยา เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวที่สนใจด้านวัฒนธรรม ประเพณี วิถีชีวิต รวมถึงภูมิปัญญาท้องถิ่นของชาวบ้าน  ลักษณะที่พักเป็นแบบโฮมสเตย์ ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่าในวันและเวลาราชการ

          ++ ผาผึ้ง การท่องเที่ยวเชิงนิเวศน์ (Phucheefa Ecotourism) 

          ท่องไปกับเส้นทางประวัติศาสตร์ในอดีตสมรภูมิรบ (พรรคคอมมิวนิสต์แห่งประเทศไทย ) ที่เต็มไปด้วยระบบนิเวศต่าง ๆ ที่สวยงาม ศึกษาสมุนไพรนานาพันธุ์ นกชนิดต่างๆ ถ้ำคลังอาวุธ (ที่ซ่อนอาวุธ) ถ้ำพยาบาล (โรงพยาบาล) ถ้ำทอง แหล่งกำเนิดต้นน้ำงาวที่เป็นต้นน้ำของน้ำตกตาดฟ้าเรียงรายกันไปถึง 7 ชั้น และยังเป็นเส้นทางลำเลียงในพื้นที่เขตงาน  8

          ++ วัดพระธาตุจอมจ้อ 

          วัดพระธาตุจอมจ้อ ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย มีพระมหาชูศักดิ์เป็นเจ้าอาวาส โทร. o- 5366-6449 ซึ่งพระธาตุจอมจ้อเป็นพระธาตุศักดิ์สิทธิที่อยู่คู่เมืองเทิงมาตั้งแต่สมัยโบราณกาล ประวัติพระธาตุจอมจ้อจากคัมภีร์เก่าแก่ที่ตั้ง โดยนักปราชญ์ผู้ชำนาญในด้านภาษาบาลีของอำเภอเมืองเทิง (เมืองเถิง)

          ในสมัยนั้นได้กล่าวว่า ในกาลสมัยเมื่อพระพุทธเจ้าเสด็จมาสุวรรณภูมิ พระองค์ได้พักอยู่ใต้ต้นอโศกบนดอยใกล้แม่น้ำอิง มีพญานาคตนหนึ่ง รู้ว่าพระพุทธองค์เสด็จมาจึงเข้าไปเฝ้าพระพุทธเจ้า ทูลถามความต่างๆแล้วจึงนำจ้อคำ 3 ผืนแล้วจ้อแก้วอีก 3 ผืน มาถวายพระพุทธองค์ พระอานนท์จึงขอทูลพระธาตุให้พระยานาคตนนั้น พระพุทธองค์จึงนำพระหัตถ์ลูบพระเศียรได้พระเกศาธาตุเส้นหนึ่ง จึงโปรดให้พญานาคไว้พญานาคจึงนำความแจ้งให้เจ้าเมืองสร้างพระธาตุไว้ที่กลางดอยเพื่อบรรจุพระเกศาธาตุ ต่อมาจึงมีการขนานนามพระธาตุนั้นว่า พระธาตุจอมจ้อ ทุกปีจะมีพิธีสรงน้ำพระธาตุจอมจ้อ ในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 เหนือ 

          ++ วัดเทิงเสาหิน

          วัดเทิงเสาหิน เป็นวัดเก่าแก่ของอำเภอเทิง ภายในมีโบราณสถาน เช่น วิหาร เสาหิน ตั้งอยู่ที่ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย

          ++ วัดใหญ่หนองปลาขาว 

          วัดใหญ่หนองปลาขาว เป็นโบราณสถาน ตั้งอยู่ที่ ตำบลเวียง อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย อยู่ใกล้กับหนองปลาขาวซึ่งเป็นแม่น้ำอิงเดิม ในวัดมีพระพุทธรูปโบราณ ศิลปะเชียงแสน

          ++ ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น

          ตั้งอยู่ที่ บ้านร่มโพธิไทย ตำบลตับเต่า เป็นจุดชมวิวและดอกไม้เมืองเหนือ (ดอกทิวลิป) และเป็นสถานที่ศึกษาเกษตรธรรมชาติ ศูนย์ส่งเสริมการเกษตรที่สูงดอยผาหม่น ตั้งอยู่หมู่ที่  23 บ้านพญาเลาอู เป็นศูนย์สาธิตแปลงเกษตรปลูกพืชเมืองหนาว ผัก และผลไม้ สำหรับพื้นที่สูง และส่งเสริมให้เกษตรกรในพื้นที่ทำการเกษตรบนพื้นที่สูง ซึ่งในแต่ละปีจะมีการจัดภูมิทัศน์โดยใช้ดอกไม้ตามฤดูกาล และช่วงเดือน มกราคม – กุมภาพันธ์ จะมีไม้ดอกเมืองหนาว คือ ดอกทิวลิป ลิลลี่ คาร์เนชั่น และภายในศูนย์ยังมีบ้านพักบริการสำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากมาสัมผัสกับธรรมชาติที่สวยงาม 

          ติดต่อสอบถามรายละเอียดได้ที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์  08-1724-0052 , 053-189111 , 053-189117 หรือศูนย์บริการนักท่องเที่ยวภูชี้ฟ้า อบต.ตับเต่า อำเภอเทิง จังหวัดเชียงราย โทรศัพท์  053-710195 , 053-710196

          ++ น้ำตกตาดห้วยใคร้   
 
          บ้านใคร้ หมู่ที่ 3 และบ้านใคร้หมู่ 22 ในเขตุตำบลตับเต่า อำเภอเทิง ห่างจากตัวอำเภอไปทางภูชี้ฟ้า 13 กิโลเมตร ห่างจากตัวอำเภอไปทางภูชี้ฟ้า 13 กิโลเมตร โดยเดินทางจากจังหวัดเชียงราย - อำเภอเทิง เป็นระยะทาง 60 กิโลเมตร และเดินทางจากอำเภอเทิงไปทางเส้นทาง อ.เชียงคำ ไป 6 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวซ้ายแยกเข้าทางภูชี้ฟ้าอีกประมาณ 7 กิโลเมตร ท่านจะพบหมู่บ้านใคร้

          ส่วนการเดินทางอาจสอบถามคนในพื้นที่ โดยสามารถนำรถเข้าไปจุดปากทางเข้าน้ำตกได้ เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอีกแห่งที่นักท่องธรรมชาตไม่ควรพลาด สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย
โทร / แฟ็กซ์ 081-6036100 (อบต.ตับเต่า)  

          ++ น้ำตกตาดหมอก   

          น้ำตกตาดหมอก ตั้งอยู่ในพื้นที่ของหมู่18 บ้านธาตุ ตำบลตับเต่า ห่างจากถนนลาดยางสายหลัก ประมาณ 3.5 กิโลเมตร เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ทาง องค์การบริหารส่วนตำบล ตับเต่าได้สนับสนุน และส่งเสริมเป็นแหล่งท่องเที่ยว เชื่อมต่อกับน้ำตก ตาดห้วยใคร้ ซึ่งอยู่ห่างจากน้ำตกห้วยใครประมาณ 10 กม. น้ำตกตาดหมอก เป็นน้ำตกขนาดกลาง ความสูงข้องน้ำตกมีประมาณ 10 ชั้น สูงต่ำลดหลั่นกันไป บางชั้นสูงถึง 30 เมตร  ป่าบริเวณเข้าสู่น้ำตกค่อนข้างอุดมสมบูรณ์ เหมาะแก่การทำการท่องเที่ยวการเกษตรเชิงอนุรักษ์ 

          ก่อนถึงน้ำตกทางเข้า ทั้งสองข้างทางเป็นพื้นที่การเกษตรของชาวบ้านที่ควรส่ง เสริมเพื่อเสริมการท่องเที่ยวได้อีกทางหนึ่ง โดยผลผลิตส่วนใหญ่เป็นผลไม้ยืนต้นเช่น ส้ม ส้มโอ เงาะ เป็นต้น และก่อนถึงน้ำตกมีพื้นที่สาธารณะของหมู่บ้าน ประมาณ 100 ไร่ คาดว่าจะอ่างกักเก็บน้ำ น้ำตกตาดหมอก เป็นน้ำตกที่สวยงาม และรอนักท่องเที่ยวมาเยี่ยมชมความงาม ที่ยังไม่เคยนำเสนอมาก่อน และมีน้ำตกเป็นชั้นๆ ขึ้นไปจนถึงชั้นสูงสุด สำหรับนักท่องเที่ยวที่อยากพักผ่อนกับธรรมชาติที่สวยงาม ท่ามกลางแมกไม้ใน ผืนป่าแห่งนี้ไม่ควรพลาด  

          สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ศูนย์บริการข้อมูลการท่องเที่ยว องค์การบริหารส่วนตำบลตับเต่า บ้านร่มฟ้าไทย ต.ตับเต่า อ.เทิง จ.เชียงราย โทร/แฟ็กซ์ 081-6036100 (อบต.ตับเต่า)
 
 

 

ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก

th.wikipedia.org
tourismchiangrai.com
chiangrai.net
chiangraitouristpolice.com
tubtaochiangrai.com

Tags: ,



คำสืบค้นประจำวัน:  ecard | facebook | ภาพพื้นหลัง | ดาราเกาหลี | รูปการ์ตูน | โค้ดเมาส์ | คอมพิวเตอร์ | scribble | webband | twitter | imeem |

เกมส์ทำอาหารทั้งหมด | หาเพื่อน | แชท | คุยสด | การ์ตูน | hi5ดารา | โหลดเพลง | คลิป | ฟังวิทยุ | ทำนายฝัน | ฟังเพลงออนไลน์ | ฟังเพลงใหม่ | เกมส์เต้น | เกมส์มันๆ |
ดูทีวีย้อนหลัง | dictionary | หางาน | งานราชการ | เกมส์ต่อสู้ | ศึกษาต่อต่างประเทศ | การศึกษา | มหาวิทยาลัย | วันแม่แห่งชาติ | เกมปลูกผัก | ดูดวงความรัก | ข่าว |

เกมส์ | ดูดวง | เกม | ฟังเพลง | เพลง | game | ผลบอล |
เกมส์
เกมส์ สุดยอดเกมส์ Flash เกมส์ออนไลน์ ที่ให้คุณเล่นมากกว่า 10,000 เกมส์ เกมออนไลน์เล่นกันฟรีๆ เลือกหาเกมส์ที่ตรงใจ เล่นง่าย รวมเกมส์เป็นหมวดๆ เกมส์ทำอาหาร เกมส์แต่งตัว เกมส์ต่อสู้ เกมส์กีฬา เกมส์ยิง มากมายหลายแนว Action Game หรือเกมส์กระดาน ให้เลือกและกลับมาเล่นได้ไม่รู้เบื่อ หาเกมแฟลชที่ถูใจคุณได้ที่นี่
ฟังเพลง
ฟังเพลง ฟังเพลงออนไลน์ กับกระปุก Music Station ที่มีเพลงใหม่ อัลบั้มเพลงล่าสุด เพลงฮิต เพลงล่าสุด มิวสิควีดีโอ ฟังได้ตลอด 24 ชั่วโมง อัพเดททุกวัน Music Chart ฟังวิทยุออนไลน์ ให้คุณติดตามได้ทุกแนวเพลง Pop Rock เพลงไทย เพลงสากล เพลงลูกทุ่ง เพลงเพื่อชีวิต เพลงอินดี้ โค๊ดเพลง เนื้อเพลง Song Hits ริงโทน Fullsong ให้โหลด MV ดาวน์โหลดเพลง MP3 กระปุกมิวสิคสเตชั่น ศูนย์รวมเพลงของคุณ
ดูดวง
ดูดวง ดูดวงความรัก ตามหลักโหราศาสตร์ ดวงดาว ให้คุณดูดวงวันนี้ ดวงตามราศี จับคู่ดวงวันเกิด ดูดวงเนื้อคู่ หรือจะดูดวงไพ่ยิบซี Tarot ทำนายแม่นๆ ดวงชะตาของคุณผสานกับดวงดาว ที่ส่งผลให้กราฟชีวิต หน้าที่การงาน ความรัก ดวงการเงิน ดวงสุขภาพ ปีชง ทุกเรื่องที่คุฯอยากรู้ โหงวเฮ้ง ทำนายฝัน ฮวงจุ้ย ชื่อมงคล สีถูกโฉลก ดูลายมือ กับกระปุก Horoscope กระปุกดูดวง 2552 นี้มีดูดวงกับหมอลักษณ์ ด้วยนะ
ผลบอล
ผลบอล Kapook Football สุดยอดลูกหนัง Soccer ที่ให้คุณติดตามผลบอลสด ภาษาไทย แบบ Livescore ผลบอล จากฟุตบอลทุกลีค เช่น พรีเมียร์ลีค บอลอังกฤษ ยุโรป สเปน เยอร์มัน Live Soccer all around the world วิเคราะห์บอล ฟันธง ทีเด็ดครบครัน ทัศนะบอลจากสมาชิกขั้นเทพ ราคาบอล พร้อมอัตราต่อรอง และตารางการแข่งขัน โปรแกรมฟุตบอล คลิปฟุตบอล สุดมันส์ด้วยการทายผลบอล ทีเด็ด และข่าวฟุตบอล Update ถึงใจ จะเชียร์ทีมไหน แฟน แมนยู ลิเวอร์พูล เชลซี อาร์เซนอล หรือทีมฟุตบอลไหน พลาดแล้วจะเสียใจ กระปุกฟุตบอล ไม่เหมือนใคร คลิกด่วน
ดูทีวีย้อนหลัง
ดูทีวีย้อนหลัง กลับบ้านดูทีวีรายการโปรด ไม่ทัน! มาดูทีวีย้อนหลัง ดูทีวีออนไลน์ กับกระปุกทีวี ที่รวบรวมสถานีโทรทัศน์ ช่อง 3 ช่อง 5 ช่อง 7 ช่อง NBT TTV และช่องรายการดาวเทียม ให้คุณดูกันฟรีๆ ดูทีวีสดๆ หรือจะเลือกดูรายการย้อนหลัง ช่องกีฬา ละคร รายการ TV บนอินเทอร์เน็ต ได้แบบไม่พลาดกันอีกต่อไปได้แล้ว ละครย้อนหลัง ย้อนหลังรายการทีวีรายวัน Live TV on internet ตลอด 24 ชั่วโมง