อำเภอแม่สรวยจัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอมาตั้งแต่ ร.ศ.119 (พ.ศ.2444) มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพายัพ ภาคเหนือ และอยู่ในบริเวณเมืองเชียงใหม่ ตำนานกล่าวว่า ชื่อของอำเภอมาจากชื่อของแม่น้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้านและตำบลที่ตั้งของอำเภอเดิมที่เรียกว่า “แม่ซ่วย” ซึ่ง “ซ่วย” เป็นภาษาพื้นเมือง หมายถึง “ล้าง” ต่อมาเรียกชื่อเป็น “แม่สรวย”
เดิมที่ว่าการอำเภอแม่สรวย อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของดอยจอมแจ้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุจอมแจ้งในเขตตำบลแม่สรวย ซึ่งมีแม่น้ำแม่สรวยไหลผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอและได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่บริเวณหน้าวัดแม่พริก
ต่อมาในปี พ.ศ.2447 ได้มีหลวงดำรงฯ นายแขวงในขณะนั้นเห็นว่าที่ตั้งของที่ว่าการอำเภออยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสมและไม่สะดวกแก่ราษฎรในการติดต่อราชการประกอบกับในฤดูแล้งน้ำในลำห้วยแม่พริกแห้งขอดไม่พอใช้สอยในการเกษตร และการบริโภคจึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอจากตำบลแม่พริก มาอยู่ที่บ้านแม่สรวยตำบลแม่สรวยซึ่งเป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอแม่สรวยในปัจจุบัน
อำเภอแม่สรวย [แม่-สวย] เป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของอำเภอเมืองเชียงราย ระยะห่างประมาณ 50 กิโลเมตร อยู่ถนนเชียงราย-เชียงใหม่ ในบริเวณตำบลแม่สรวยพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นภูเขา และป่าไม้ มีที่ราบระหว่างภูเขา อยู่สูงกว่าระดับน้ำทะเลเฉลี่ยประมาณ 437 เมตร มีอาณาเขตติดต่อกับอำเภอข้างเคียง ดังนี้…
ทิศเหนือ ติดต่อกับอำเภอแม่อาย (จังหวัดเชียงใหม่) และอำเภอเมืองเชียงราย
ทิศตะวันออกติดต่อกับอำเภอเมืองเชียงราย อำเภอแม่ลาว และอำเภอพาน
ทิศใต้ติดต่อกับอำเภอพาน อำเภอเวียงป่าเป้า และอำเภอพร้าว (จังหวัดเชียงใหม่)
ทิศตะวันตกติดต่อกับอำเภอไชยปราการ อำเภอฝาง และอำเภอแม่อาย (จังหวัดเชียงใหม่)
คำขวัญประจำอำเภอ
ดอยช้างสูงเด่น ร่มเย็นพระธาตุจอมแจ้ง แหล่งชาวาวี ประเพณีสูงค่า งามสง่าศาลสมเด็จฯ ขิงเผ็ดรสดี สตรีงามน้ำใจ ประชาธิปไตยมั่นคง
ประวัติความเป็นมา
อำเภอแม่สรวยจัดตั้งขึ้นเป็นอำเภอมาตั้งแต่ ร.ศ.119 (พ.ศ.2444) มีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดพายัพ ภาคเหนือ และอยู่ในบริเวณเมืองเชียงใหม่ ตำนานกล่าวว่า ชื่อของอำเภอมาจากชื่อของแม่น้ำที่ไหลผ่านหมู่บ้านและตำบลที่ตั้งของอำเภอเดิมที่เรียกว่า “แม่ซ่วย” ซึ่ง “ซ่วย” เป็นภาษาพื้นเมือง หมายถึง “ล้าง” ต่อมาเรียกชื่อเป็น “แม่สรวย” เดิมที่ว่าการอำเภอแม่สรวย อยู่ทางด้านทิศตะวันออกของดอยจอมแจ้ง ซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดพระธาตุจอมแจ้งในเขตตำบลแม่สรวย ซึ่งมีแม่น้ำแม่สรวยไหลผ่านหน้าที่ว่าการอำเภอและได้ย้ายที่ว่าการอำเภอไปอยู่บริเวณหน้าวัดแม่พริก ต่อมาในปี พ.ศ.๒๔๔๗ ได้มีหลวงดำรงฯ นายแขวงในขณะนั้นเห็นว่าที่ตั้งของที่ว่าการอำเภออยู่ในทำเลที่ไม่เหมาะสมและไม่สะดวกแก่ราษฎรในการติดต่อราชการประกอบกับในฤดูแล้งน้ำในลำห้วยแม่พริกแห้งขอดไม่พอใช้สอยในการเกษตร และการบริโภคจึงได้ย้ายที่ว่าการอำเภอจากตำบลแม่พริก มาอยู่ที่บ้านแม่สรวย ตำบลแม่สรวย ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งที่ว่าการอำเภอแม่สรวยในปัจจุบัน
เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2454 โดยมีประกาศเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ได้รวมเมือง เชียงแสน เมืองฝาง อำเภอเวียงป่าเป้า เมืองพะเยา อำเภอแม่ใจ อำเภอดอกคำใต้ อำเภอแม่สรวย เมืองเชียงคำ เมืองเทิง เมืองเชียงของ ตั้งเป็นเมืองจัตวา เรียกว่า “เมืองเชียงราย” อยู่ในมณฑลพายัพ และจัดแบ่งการปกครองออกเป็น 16 อำเภอ 2 กิ่งอำเภอ แม่สรวยจึงมีฐานะเป็นอำเภอหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา
การปกครองส่วนภูมิภาค
อำเภอแม่สรวยแบ่งเขตการปกครองย่อยออกเป็น 7 ตำบล 126 หมู่บ้าน ได้แก่…
1. แม่สรวย (Mae Suai) 16 หมู่บ้าน
2. ป่าแดด (Pa Daet) 22 หมู่บ้าน
3. แม่พริก (Mae Phrik) 13 หมู่บ้าน
4. ศรีถ้อย (Si Thoi) 12 หมู่บ้าน
5. ท่าก๊อ (Tha Ko) 27 หมู่บ้าน
6. วาวี (Wawi) 25 หมู่บ้าน
7. เจดีย์หลวง (Chedi Luang) 11 หมู่บ้าน
สถานที่ท่องเที่ยวอำเภอแม่สรวย
++ พระธาตุจอมแจ้ง
วัดพระธาตุจอมแจ้ง ตำบลแม่สรวย อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย วัดพระธาตุจอมแจ้งเป็นวัดเก่าแก่มาแต่โบราณ ตามตำนานกล่าว่า มีพระมหาเถระเจ้ารูปหนึ่งได้เดินทางจาริกเทศนาสั่งสอนพุทธศาสนิกชน เพื่อเป็นการประกาศพุทธศาสนามาจนถึงสถานที่แห่งนี้จนถึงรุ่งแจ้งสว่างพอดี เมื่อปี พ.ศ. 2001 จึงได้ขอวานตาแก่คนหนึ่งที่ปฏิบัติธรรม เฝ้ารักษาพระธาตุแห่งนี้ให้ไปตักน้ำที่แม่น้ำซ่วยขึ้นมาล้างหน้า และได้พักอยู่ที่นี่ 7 วัน ก่อนที่จะเดินทางต่อไปได้มอบพระบรมสารีริกธาตุให้ตาแก่คนนั้นนำไปบรรจุลงในพระธาตุจนเป็นที่สำเร็จลุล่วงแล้วจึงเดินทางจาริกต่อไป และยังได้ทำนายไว้ว่าสมัยต่อไปข้างหน้านี้
ชาวบ้านจะเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า “พระธาตุจอมแจ้ง” ส่วนแม่น้ำซ่วยนั้น ชาวบ้านจะเรียกเปลี่ยนไปว่า “แม่น้ำสรวย” ต่อมาในปี พ.ศ. ๒๔๘๒ หลวงพ่ออดุลสีหวัตต์ (สิงห์คำ) ได้มาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะตำบลแม่สรวย และเป็นเจ้าอาวาสวัดพระธาตุจอมแจ้ง ได้เทศนาอบรมประชาชนให้มีความเชื่อถือเลื่อมใสในองค์พระธาตุแน่นแฟ้นขึ้นจนประชาชนในเขตอำเภอแม่สรวยได้จัดงานบุญประเพณีทุกวันเพ็ญขึ้น 15 ค่ำ เดือน 8 และได้แนะนำชักชวนศรัทธาญาติโยมให้ช่วยกันบูรณปฏิสังขรณ์ สิ่งปลูกสร้างภายในวัดพิ่มขึ้นและยังเป็นที่ประดิษฐานของหลวงพ่อทองทิพย์ซึ่งเป็นพระพุทธรูปเก่าแก่ และเชื่อกันว่ามีความศักดิ์สิทธิ
การเดินทาง : จากเวียงป่าเป้า ย้อนกลับขึ้นไปทางเหนือทางหลวงหมายเลข ๑๑๘ (ถนนเชียงใหม่ – เชียงราย) สู่อำเภอแม่สรวย ผ่านปากทางเข้าโรงงานเชียงรายไวน์เนอร์รี่ ศาลสมเด็จพระนเรศวร, โรงพยาบาลแม่สรวย ข้ามสะพานแม่น้ำลาว ตีนสะพานมีซอยเลี้ยวซ้ายเข้าสู่พระธาตุจอมแจ้งอีก ๒oo เมตร รวมระยะทางทั้งสิ้น 40 กิโลเมตร
ความเชื่อ ในการไหว้ พระธาตุดอยจอมแจ้ง เชื่อกันว่า ถ้าได้กราบไหว้และตั้งจิตอธิฐานท่านจะประสบความสำเร็จและรู้แจ้งเห็นจริง
คำบูชาพระธาตุจอมแจ้ง
อิมัสมิง อะรุนุธคะมะเน
ประภัตตะเคทิตัง ธาตุ เจติยัง
อะหังวันทามิ สะระสา อะหังวันทามิ สัพพะทา
++ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช
ตั้งอยู่บนทางหลวงหมายเลข 118 เชียงราย – เชียงใหม่ ช่วงกิโลเมตรที่ 127 – 129 หมู่ที่ 13 ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย บนเนื้อที่ 69 ไร่ เป็นที่ตั้งของพระบรมรูปของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ซึ่งเป็นโบราณสถานที่สำคัญของอำเภอแม่สรวย ที่เคารพสักการะตามประวัติศาสตร์ที่ได้อ้างถึงการยกทัพหลวงของสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ได้กรีฑาทัพผ่านเวียงป่าเป้าและแม่สรวย มาตั้งค่ายพักแรกบริเวณสถานที่ดังกล่าวก่อนที่จะทรงกรีฑาทัพไปยังเมืองฝาง เพื่อไปชิงเมืองอังวะร่วมกับทัพหลวงของสมเด็จพระเอกาทศรถ ณ เมืองฝางต่อไป
วันศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช คือวันที่ 23 - 25 มกราคม ของทุกปี กิจกรรมจะมีการออกร้านของแต่ละตำบล หมู่บ้าน, จัดนิทรรศการต่างๆ ของโรงเรียน, ประกวดร้องเพลงชาวเขา และประกวดธิดาดอย สถานที่จัดงานได้แก่ ศาลสมเด็จพระนเรศวรมหาราช หมู่ 13 ตำบลแม่พริก อำเภอแม่สรวย สำหรับการเดินทาง ถ้าจากเชียงรายไปประมาณ 50 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 40 – 45 นาที ถนนลาดยางสามารถเดินทางไปได้อย่างสะดวก
++ วัดพระเจ้าทองทิพย์
อยู่ห่างจากตัวเมืองเชียงรายตามทางหลวงหมายเลข 1-118 (เชียงราย-เชียงใหม่) เลี้ยวขวาที่กิโลเมตร 121 บ้านห้วยส้ม ผ่านตำบลศรีถ้อย เข้าไปประมาณ 6 กิโลเมตร ตามประวัติกล่าวว่า ราวปี พ.ศ. 2076 พระเจ้าเชียงใหม่ได้ยกพระธิดาให้กับพระเจ้าโพธิสาร กษัตริย์แห่งกรุงศรีสัตตนาคณหุต (หลวงพระบาง สปป.ลาว) แต่ไม่มีโอรสจึงไปบนขอจากพระเจ้าทองทิพย์ พระมเหสีทรงประสูติโอรสทรงพระนามว่า พระเจ้าไชยเชษฐาธิราช เมื่อพระชนมายุได้ 12 พรรษา พระเจ้าเชียงใหม่ ซึ่งมีศักดิ์เป็นตาได้สวรรคต ไม่มีราชบุตรสืบราชบัลลังก์ ข้าราชบริพารได้ทูลขอพระไชยเชษฐาไปครองเมืองเชียงใหม่ พระเจ้าโพธิสารก็ทรงอนุญาต แต่ขอให้นำพระเจ้าทองทิพย์ไปด้วย ได้อัญเชิญลงเรือไปเชียงใหม่มาตามลำน้ำโขง ลำน้ำกก และลำน้ำลาว เมื่อเดินทางไปถึงที่ตั้งวัดในปัจจุบัน เรือเกยตื้นไม่สามารถเดินทางต่อไปได้ จึงได้นิมนต์พระเจ้าทองทิพย์ประดิษฐานไว้ตรงนั้น พระเจ้าไชยเชษฐาครองเมืองเชียงใหม่ได้ 2 ปี พระบิดาก็สวรรคต จึงต้องเสด็จกลับมาหลวงพระบาง พระองค์ได้นำพระพุทธรูปสำคัญของเมืองเชียงใหม่ไปด้วย เช่น พระแก้วมรกต พระพุทธสิหิงค์ พระเสตังคมณี หรือพระแก้วขาว และอีกหลายองค์
ซึ่งต่อมาพระพุทธรูปทุกองค์ ได้คืนกลับมาเมืองไทยหมด แต่พระเจ้าทองทิพย์ได้ค้างอยู่ในป่าเป็นเวลานานหลายร้อยปี พระเจ้าทองทิพย์มีพุทธลักษณะปางมารวิชัย หน้าตักกว้าง 80 เซนติเมตร สูง 120 เซนติเมตร เชื่อในความศักดิ์สิทธิ์ว่าถ้าใครต้องการมีบุตรให้มาบนขอ ในเส้นทางผ่านไปวัดมีโรงงานผลิตไวน์ขาวลิ้นจี่ นอกจากนี้ในเส้นทางผ่านไปยังมีสถานที่ที่น่าสนใจอื่นๆ อีก เช่น หัตถกรรมของเล่นเด็ก ทำจากไม้ไผ่
++ อ่างเก็บน้ำแม่ก๊อหลวง
ตั้งอยู่ที่บ้านโฮ่ง หมู่ที่ 7 ตำบลท่าก๊อ อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ห่างจากถนนสายเชียงราย – เชียงใหม่ (กม.ที่ 110) เพียง 3 กิโลเมตร ถนนสภาพดี ลาดยางตลอดเส้นทาง เป็นอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง ซึ่งรองรับและเก็บกักน้ำฝนตลอดจนจากแหล่งน้ำตามธรรมชาติ เป็นแหล่งน้ำที่งดงาม น้ำใส ไหลเย็นเห็นตัวปลา บรรยากาศดี ร่มรื่นด้วยต้นไม้นานาชนิด ลมพัดเย็นสบายและรู้สึกสดชื่นกับสิ่งแวดล้อมอันสวยงาม เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์น้ำตามธรรมชาตินานาชนิด มีแพและร้านอาหารจำหน่ายอาหารที่ปรุงจากสัตว์น้ำตามธรรมชาตินานาชนิดไว้บริการผู้มาเยือน ซึ่งนักท่องเที่ยวสามารถนั่งชื่นชมความงามของธรรมชาติ พักผ่อน ตกปลาและสังสรรค์ในหมู่เพื่อนฝูง ตลอดจนกิจกรรมนันทนาการอื่นๆ
++ อ่างเก็บน้ำห้วยแม่พริก
เป็นอ่างเก็บน้ำที่สร้างขึ้นเพื่อกักเก็บน้ำสำหรับใช้ในการเกษตรและการอุปโภคบริโภค มีสภาพภูมิประเทศที่กักเก็บน้ำตามลำห้วยแม่พริกที่ไหลผ่านหุบเขา ลักษณะดังกล่าวทำให้เกิดทิวทัศน์ที่สวยงามมาก ปัจจุบันทางองค์การบริหารส่วนตำบลแม่พริก ได้รับการสนับสนุนพันธุ์ปลาชนิดต่าง ๆ จากประมงจังหวัดเชียงราย มาปล่อยในพื้นที่เพื่อเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาตามธรรมชาติ สิ่งที่เอื้ออำนวยต่อการท่องเที่ยวเหมาะสมที่จะสนับสนุนให้มีการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์
++ ดอยกาดผี
ดอยกาดผี หรือที่เรียกว่า ภูนมสาว ห่างจากตัวอำเภอแม่สรวย ประมาณ 59 กิโลเมตร ตั้งอยู่บริเวณบ้านปางกิ่ว หมู่ 2 ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ประชากรเป็นชนเผ่าเย้า ดอยกาดผี (ภูนมสาว) มีความสูงจากระดับน้ำทะเล 1,500 เมตร มีช่องทางลม มีลมแรงตลอดทั้งปี สภาพภูมิอากาศหนาวเย็น มีลานกว้างคล้ายตลาด ในภาษาเหนือเรียก “กาด” จะเหมือนมีใครคอยปัดกวาดให้สะอาดอยู่เสมอ จึงนิยามชื่อว่า “ดอยกาดผี” ซึ่งจากจุดชมวิวสามารถมองเห็นทัศนียภาพที่งดงามของดอยวาวี รวมถึงทะเลหมอกได้รอบทิศ 360 องศา โดยเฉพาะหน้าหนาวเป็นช่วงที่มีความงดงามที่สุด
ดอยกาดผีติดเขตอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ สามารถมองเห็นความสวยงามยามค่ำคืนของอำเภอเมืองเชียงรายและอำเภอฝาง ชื่นชมดวงดาวอย่างใกล้ชิด เส้นทางสู่ดอยกาดผี (ภูนมสาว) เป็นป่าที่มีความอุดมสมบูรณ์ ระหว่างการเดินทางชมธรรมชาติ 2 ข้างทาง และหมู่บ้านชนเผ่าเย้า ที่มียังมีการดำรงวิถีชีวิต วัฒนธรรมดั้งเดิมอยู่ นอกจากการชมวิวทิวทัศน์แล้ว ในระหว่างช่วงเดือนธันวาคม-กุมภาพันธ์ ของทุกปีจะได้สัมผัสกับอากาศที่หนาวเย็น พร้อมชมทะเลหมอกตอนเช้า รวมทั้งพระอาทิตย์ขึ้นมีความสวยงามมาก
ดอยกาดผี (ภูนมสาว) ยังมีการปลูกดอกบัวตอง สภาพภูมิประเทศดังกล่าวบวกกับสภาพภูมิอากาศ ปริมาณน้ำฝน ทำให้ดอกบัวตองขึ้นอย่างสวยงามมากในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน-มกราคมของทุกปี
++ ต้นชาพันปี
ดอยแม่สรวยค้นพบต้นชายักษ์พันปีบนยอดดอยวาวี อ.แม่สรวย จ.เชียงราย มีการค้นพบต้นชายักษ์อายุกว่า 1,000 ปี ขนาดลำต้นกว้าง 2-3 คนโอบโดยรอบ และมีขนาดความสูงกว่า 20 เมตร ต้นชายักษ์พันปี ผุดขึ้นโดยมีการแผ่กิ่งก้านสาขาออกไป ท่ามกลางอากาศหนาว มีทะเลหมอกสีขาวลอยปกคลุมสวยจับตา มีขนาดใหญ่กว่าที่เคยมีการค้นพบในแคว้นซือเหมา เขตมณฑลยูนนาน ประเทศจีนหลายเท่าตัว นับว่าเป็นสิ่งมหัศจรรย์ยิ่ง ทางอำเภอแม่สรวยจึงได้ประสานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคเหนือเขต 2 และ อบต. หารือในการพัฒนาหมู่บ้านใหม่พัฒนา เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของไทย ภายใต้ชื่อ “UNSEEN ชาพันปี”
ซึ่งค้นพบเมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน 2548 พื้นที่ยอดดอยชาพันปี มีความสูง จากระดับน้ำทะเล 1,700 เมตร และมีความหนาวเย็นตลอดทั้งปี อุณหภูมิสูงตลอดปี แค่ 10 องศาเซลเซียส ซึ่งเป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของตำบลวาวีที่มีการค้นพบไม่นานมานี้ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี โทร. 053-605950
++ น้ำตกห้วยน้ำอุ่น
ตั้งอยู่หมู่บ้านห้วยน้ำอุ่น หมู่ที่ 21 ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย ซึ่งอยู่ห่างจากตัวอำเภอแม่สรวย 27 กิโลเมตร น้ำตกห้วยน้ำอุ่นเป็นน้ำตกชั้นเดียวมีความสวยงาม ตกจากหน้าผาสูง 100 เมตร เมื่อเข้าไปถึงบริเวณน้ำตกจะสัมผัสกับบรรยากาศที่เย็นสบายเหมาะแก่การพักผ่อนและชมพืชตระกูลเฟิร์นที่หาได้ยาก นอกจากชมธรรมชาติแล้ว สัมผัสกับวัฒนธรรมและวิถีชีวิตชนเผ่าอาข่า ซึ่งตั้งบ้านเรือนใกล้บริเวณน้ำตก ห่างจากน้ำตกประมาณ 800 เมตร
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี โทร. 053-605950
++ โป่งน้ำร้อนฟูเฟือง
ตั้งอยู่ในเขต อุทยานแห่งชาติลำน้ำกก ซึ่งห่างจากแยกทางหลวงแผ่นดินสาย แม่สรวย-เชียงราย ประมาณ 1.8 กิโลเมตร บ่อน้ำร้อนโป่งฟูเฟืองซึ่งมีทั้งหมดจำนวน 2 บ่อ และมีอุณหภูมิสูงประมาณ 75 องศาเซลเซียส ซึ่งมีกิจกรรมอาบน้ำแร่ไว้คอยบริการ
++ บ้านลอจอ
บ้านลอจอ ตั้งอยู่บนสันดอยสูงห้วยน้ำขุ่น ชมทัศนียภาพของธรรมชาติรอบทิศทาง กับวิถีชีวิตของชนเผ่าลาหู่ ซึ่งเป็นอีกจุดหนึ่งที่ดื่มด่ำกับธรรมชาติในอ้อมกอดแห่งขุนเขา และวิถีชีวิตชาวอาข่า มีดอกบ๊วยบานสะพรั่งสองข้างทางไปบ้านจะแส ดูตื่นตาตลอดทาง อบอุ่นกับการต้อนรับด้วยน้ำชา 150 ปีด้วยจอกชาที่ทำจากไม้ไผ่ ข้าวเปล่าที่หอมกรุ่น กับอาหารลาหู่ ที่อร่อยถูกใจ ชมไร่ชาแบบขั้นบันได สนุกกับการละเล่นของเด็กๆ การเดินโก๋งเก๋ง ชมแปลงผักไร้สารพิษ เก็บเองทำอาหารเอง(ถ้าชอบ) ผักสดๆ ไร้สารพิษ มีลานสำหรับกางเต้นท์ไว้รับลมหนาวและชมดาวสวยบนยอดดอยสูง
สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ : อบต.ท่าก๊อ โทร.053-724217 E-mail: 6571007@thailocaladmin.go.th
++ ดอยช้าง
บ้านดอยช้าง ตั้งอยู่หมู่ที่ 3 ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย 57180 เดิมเป็นที่อยู่ของชาวเขาเผ่าม้ง ปี พ.ศ. 2458 ชนเผ่าลีซอได้อพยพเข้ามาตั้งเป็นหมู่บ้านดอยช้าง ปี พ.ศ.2526 ชนเผ่าอาข่าได้เข้ามาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านดอยช้าง ชื่อ “บ้านดอยช้าง” ตั้งขึ้นตามลักษณะของภูเขาที่มีรูปร่างเหมือนช้างแม่ลูกสองเชือก หันหน้าไปทางทิศเหนือ(ตัวจังหวัดเชียงราย) สามารถมองเห็นได้ชัดเจนที่บริเวณโรงเรียนบ้านดอยช้าง มี ผาหัวช้าง สูง 1,800 เมตร จากระดับน้ำทะเล เป็นสถานที่ชมทิวทัศน์ที่สวยงาม อากาศเย็นสบายตลอดปี อุณหภูมิเฉลี่ย 18 องศาเซลเซียส
การเดินทางขึ้นสู่ดอยช้าง มีเส้นทางขึ้นได้ 3 สาย คือ…
1. สายอำเภอแม่สรวย -บ้านตีนดอย-แสนเจริญ-ดอยล้าน-ดอยช้าง {ระยะทาง 28 กิโลเมตร (จากเชียงราย 75 กิโลเมตร) }
2. สายห้วยส้าน (อ.แม่ลาว) -ห้วยส้านลีซอ - เกษตรฯ- ดอยช้าง {ระยะทาง 15 กิโลเมตร }
3. สายอำเภอแม่สรวย-บ้านตีนดอย- ริมเขื่อนแม่สรวย - ทุ่งพร้าว - ห้วยไคร้ - ดอยช้าง {ระยะทาง 30 กิโลเมตร}
จากเชียงราย เดินทางมาตามทางหลวงหมายเลข 118 ถึงบ้านตีนดอย ก่อนถึง อ.แม่สรวย ราว 10 กิโลเมตร แยกขวาเข้าที่บ้านตีนดอยไปยังบ้านทุ่งพร้าว ระยะทาง 20 กิโลเมตร แล้วเลี้ยวขวาเข้าสู่บ้านดอยช้าง ระยะทางประมาณ 8 กิโลเมตร เมื่อมาถึง จุดชมวิวดอยช้าง บริเวณโดยรอบถูกประดับด้วยดอกไม้เมืองหนาวออกดอกสีสดใสตลอดเส้นทางเข้าดอยช้างจะบานสะพรั่งไปด้วยดอกซากุระ หรือนางพญาเสือโคร่ง สีขาวอมชมพู และได้ตื่นเต้นกับ ดอกท้อ สีชมพูอ่อนและผลท้อที่กำลังเติบโต ลูกเท่าหัวแม่มือที่หาดูได้ยาก และที่นี่เป็นแห่งเดียวของประเทศไทยที่จะมีโอกาสได้เห็น ดอกซากุระขาวบาน ทั่วดอยด้วยเช่นกัน ในบริเวณจุดชมวิวทัศนียภาพโดยรอบสามารถมองเห็นทิวเขาสลับซับซ้อนกันไปอย่างสวยงาม มองเห็นไปถึงเมืองยองในประเทศพม่า และชัยภูมิที่ตั้งของ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงราย
จากจุดชมวิวดอยช้างเดินทางต่อมาอีกราว 2 กิโลเมตร ก็จะถึง พุทธอุทยานดอยช้าง ซึ่งมีหลวงพ่ออำนาจ สีลคุโณ ได้มาปฏิบัติธรรมจำพรรษาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ปี 2532 เป็นผู้ดูแลรักษาพุทธอุทยาน ดอยช้าง ยังคงสภาพความเป็นธรรมชาติของป่าไม้ไว้ได้อย่างสมบูรณ์มาก มีบึงน้ำขนาดใหญ่อยู่กลางพุทธอุทยาน มีสีเขียวมรกตบ่งบอกถึงความอุดมสมบูรณ์ รายล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่น้อย มีเสียงกบเขียดร้องอยู่ตลอดเส้นทางเดินไปสู่ ลานพุทธสถานที่มีพระพุทธรูปปางต่างๆไว้ให้ประชาชนได้กราบไหว้สักการะบูชา ถัดจากลานพุทธสถานก็มุ่งตรงสู่ บ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่มีน้ำไหลเข้าไปในบ่ออยู่ตลอดเวลาไม่เคยเหือดแห้ง และน้ำก็ยังใสสะอาดเย็นฉ่ำตลอดทั้งปี น้ำจากบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่พุทธอุทยานดอยช้างแห่งนี้ เป็น 1 ใน 9 ของน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่นำไปกระทำพิธีถือน้ำพิพัฒน์สัตยาพุทธมังคลาภิเษก เนื่องในวโรกาศที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช มีพระชนมายุครบรอบ 60 พรรษา
นอกจากนั้นสามารถชม ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย (สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี) และ ชมทะเลหมอกบนดอยกาดผี ที่มีความสูงจากระดับน้ำทะเลถึง 1,650 เมตร เล่ากันว่าในช่วงฤดูหนาวสามารถมองเห็นทะเลหมอกได้รอบทิศ 360 องศา ลงจากดอยกาดผี จากนั้นสามารถเดินทางไปชม สวนชาของตำบลวาวี ซึ่งว่า เป็นการปลูกชาครั้งแรกในประเทศไทย เริ่มต้นที่ดอยวาวีแห่งนี้ก่อนเป็นที่แรก และยังมีต้น ชาพันปี อยู่ที่กลางป่าในเขตบ้านใหม่พัฒนา ขนาด 3 คน โอบ และชม สวนส้มพันธุ์สายน้ำผึ้งก่อนเดินทางไปบ้านวาวีเพื่อ ชมวิถีชีวิตชนเผ่า ที่มีความเป็นอยู่อย่างสุขสงบอยู่รวมกันอย่างสมานฉันท์ เอื้ออาทรต่อกันทั้งหมด 13 ชนเผ่า และมีโรงเรียนสอนภาษาจีนชื่อ โรงเรียนกวางฟูวิทยาคม ตั้งอยู่ที่นี่ เด็กนักเรียนตำบลวาวี สามารถเรียนภาษาจีนได้ฟรีหรือเสียค่าใช้จ่ายน้อยมาก จึงเป็นแหล่งผลิตผู้ที่มีความรู้ทางด้านภาษาจีนอย่างดีเยี่ยมเพราะมีครูจากไต้หวันมาสอนให้โดยเด็กนักเรียนต้องพูดภาษาจีนกันทุกคนภายในโรงเรียน เมื่อเรียนถึงขั้นสูงยังมีทุนให้ไปเรียนต่อยังประเทศไต้หวันอีกด้วย
สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี หมู่ที่13 บ้านห้วยไคร้ ตำบลวาวี อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย โทร. (053) 605950 โทรสาร (053 ) 605950
++ ถ้ำแม่สรวย
เป็นสถานที่ท่องเที่ยว ตั้งอยู่ บ้านสันกลาง หมู่2 ต.แม่สรวย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ชอบและหลงใหลในความงดงามของหินงอก หินย้อย ภายในถ้ำและความเป็นธรรมชาติ
ถ้ำแม่สรวย
++ ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย
ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย ซึ่งตั้งอยู่ที่ตำบลวาวี บ้านดอยช้างที่สูงจากระดับน้ำทะเล 1,700 เมตร อากาศเย็นสบายตลอดทั้งปี ทำให้ ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2 หรือสถานีทดลองการเกษตรที่สูงวาวีเดิม ชื่อเดิมคือ สถานีทดลองเกษตรที่สูงวาวี หรือที่รู้จักกันในชื่อ “ดอยวาวี” อำเภอแม่สรวย จังหวัดเชียงราย เพราะเป็นแหล่งที่มีนางพญาเสือโคร่งมากที่สุด นางพญาเสือโคร่งที่ดอยวาวี เกิดจากการปลูก ไม่ว่าจะเป็นริมถนน หรือปลูกในสภาพป่ามีประมาณ 400,000 ต้น เมื่อถึงช่วงฤดูออกดอก ดอกจะบานสะพรั่งเป็นสีชมพูทั้งผืนดอย สวยงามมากจนมีการขนานนามดอยวาวีว่า เป็นดินแดนแห่งสวรรค์บนดิน
และยังได้ชื่อว่าเป็นแหล่งศึกษาดูงานและท่องเที่ยวเชิงเกษตรที่สวยงามแห่งหนึ่งของจังหวัดเชียงราย ด้วยบรรยากาศภายในบริเวณศูนย์ฯ ที่ร่มรื่น รายล้อมไปด้วยไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น ต้นโปรเตีย แบงค์เซีย ซากุระ ที่แย้มดอกสวยสดงดงามแปลกตาอยู่ทั่วไป ทั้งยังอบอวลด้วยกลิ่นหอมของไม้หอมเมืองหนาวนานาชนิด เช่น ดอกลำโพง ที่ส่งกลิ่นทุกค่ำคืนและยังมีดอกไม้ที่หาชมได้ยาก คือ ว่านสี่ทิศ นอกจากนี่ยังมีแปลงปลูกและขยายพันธุ์ ผลไม้เมืองหนาวปลอดสารพิษ เช่น ชาจีนหอมกรุ่น ไว้ให้ท่านลิ้มชิมรสได้ฟรี
นอกจากดอกนางพญาเสือโคร่งแล้วยังมีส่วนต่างๆ ที่ให้เที่ยวชมกันอย่างจุใจ เช่น ไม้ดอกเมืองหนาวนานาพันธุ์สีสันหลากตา จุดชมวิวมองทิวเขาที่สลับซับซ้อนจนสุดสายตา ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงาม ไหว้พระธาตุดอยช้าง และสงบจิตใจด้วยการชมพันธุ์ไม้ป่านานาชนิด บริเวณพุทธอุทยาน ชมสวนเกษตร เช่น สวนมะคาเดเมีย ไม้ผลเมืองหนาว สวนชา สวนอนุรักษ์พันธุกรรมพืชตามพระราชดำริสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา และที่จะขาดไม่ได้ก็คือสวนกาแฟอาราบิก้า พร้อมกับการชิมกาแฟสดจากสวนซึ่งมีบริการให้ชิมฟรีโดยไม่จำกัด จนกว่าท่านจะพอใจ รับประทานอาหารที่ปรุงด้วยผักพื้นเมืองบนที่สูงและผักปลอดสารพิษที่หารับประทานได้ยาก วันหยุดปีใหม่ถ้าขึ้นไปเที่ยวเชียงรายก็อย่าลืมขึ้นไปชมดอกนางพญาเสือโคร่งที่ดอยวาวี รับรองไม่ผิดหวัง คุณจะได้รับการเติมพลังให้ชีวิตอย่างคุ้มค่าเลยทีเดียว
ทั้งนี้ ภายในบริเวณศูนย์ฯ จะมีจุดท่องเที่ยวให้ท่านได้ชื่นชมและผ่อนคลายอารมณ์แล้ว บริเวณใกล้เคียงกับศูนย์ฯ ยังมีหมู่บ้านชาวไทยภูเขาเผ่าอาข่า (อีก้อ) ลีซอ (ลีซู) และจีนยูนาน (จีนฮ่อ) ได้สัมผัสกับวิถีชีวิตของพวกเค้าอย่างใกล้ชิด
จุดท่องเที่ยวภายในสถานีศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2 (วาวี)
1. สวนพันธุ์ไม้หอมเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์
2. แปลงไม้ผลเมืองหนาว เช่น พลัม บ๊วย ท้อ สาลี่ และยังมีอีกมากมาย ไม่ผลเหล่านี้จะผลิตออกผลในช่วงฤดูหนาว
3. สวนไม้ดอกไม้ประดับเมืองหนาว เช่น ดอกซัลเวีย ป๊อบปี้ ดอกกระดาษ พิทูเนีย บิทูเนีย ลำโพงขาว กุหลาบพันปี มีความสวยมากในช่วงฤดูหนาว
4. แปลงรวบรวมพันธุ์ว่านสี่ทิศ เป็นไม้ที่เลื่องชื่อและหาชมได้เฉพาะที่ศูนย์บริการวิชาการด้านพืชและปัจจัยการผลิตเชียงราย 2 เท่านั้น ซึ่งมีหลายพันธุ์ออกดอกสีแดง ชมพู บานสะพรั่งทั่วทั้งแปลงในช่วงฤดูหนาวทำให้มีสีสรรสวยงามมาก
5. พุทธอุทยานแวดล้อมด้วยพันธุ์ไม้ป่าธรรมชาติเป็นที่อยู่อาศัยของนกป่า กระรอก กระแต กระต่าย นอกจากนี้ยังมีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ และแท่นศิลาศักดิ์สิทธิ์ เป็นที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสมเด็จพระพุทธสิกชีอันเป็นที่เคารพสักการะของเจ้าหน้าที่สถานีฯ และชาวบ้านทุกคน
6. ชมวิวชมทะเลหมอกและพระอาทิตย์ขึ้นตอนเช้าที่มีอากาศหนาวเย็นตลอดทั้งปี โดยเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มกราคม ของทุกปี ชมดอกซากุระบานสะพรั่ง
สำหรับการเดินทาง ขึ้นรถสองแถวที่อำเภอแม่สรวย – ดอยช้าง ค่าโดยสารประมาณ คนละ 30 บาท เวลา 10.00 – 15.00 น. มีบริการวันละ 3 เที่ยว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ : องค์การบริหารส่วนตำบลวาวี โทร. 053-605950
ขอขอบคุณข้อมูลและภาพประกอบจาก
th.wikipedia.org
chiangrai.net
chiangraifocus.com
tourismchiangrai.com
tourismchiangrai.com


























